ไลฟ์สไตล์
100 year

"ซูกะ" เยือนเวียดนาม-อินโดฯ สะท้อนความสำคัญ "ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก"

ไทยรัฐออนไลน์
26 ต.ค. 2563 08:18 น.

SHARE

"ซูกะ" เยือนเวียดนาม-อินโดฯ สะท้อนความสำคัญ "ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก"

ไทยรัฐออนไลน์26 ต.ค. 2563 08:18 น.

  • โยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเดินทางเยือนเวียดนามกับอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18-21 ตุลาคม โดยเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจากนายชินโสะ อาเบะ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา  
  • การเยือนครั้งนี้เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ "อินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง" (Free and Open Indo Pacific-FOIP) ทิศทางนโยบายด้านกลาโหมของญี่ปุ่น ที่อดีตนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ได้ร่วมผลักดันกับสหรัฐฯ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่มีต่อญี่ปุ่น ท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในอาเซียน
  • เวียดนามดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ที่มีสมาชิก 10 ประเทศ ขณะเดียวกันเวียดนามก็มีปัญหาขัดแย้งกับจีนในทะเลจีนใต้ ในขณะที่อินโดนีเซีย เป็นชาติเดียวในอาเซียนที่เป็นสมาชิกกลุ่ม G20 ในฐานะประเศรษฐกิจใหม่ที่มีขนาดใหญ่ 

เสร็จสิ้นลงแล้วกับภารกิจสำคัญในการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ที่ได้เลือกเวียดนามและอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก ซึ่งในปี 2555 นายชินโสะ อาเบะ ที่เพิ่งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เลือกเยือนเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย เป็นแห่งแรกเช่นกัน

ข่าวแนะนำ

นับว่าเป็นภารกิจที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายในการมุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาทะเลจีนได้ และด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีน 

เวียดนาม หน้าด่านของมหาสมุทรแปซิฟิก

นายซูกะเข้าพบหารือกับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮานอย สองฝ่ายเห็นพ้องกันในประเด็นความมั่นคงอย่างทะเลจีนใต้ ว่าจะเดินหน้าสร้างเสริมสันติภาพและความสงบสุข โดยญี่ปุ่นจะส่งออกยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีกลาโหมแก่เวียดนาม รวมไปถึงเครื่องบินลาดตระเวน และเรดาร์ 

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้มอบเงินช่วยเหลือให้เวียดนาม 500 ล้านเยน ประมาณ 150 ล้านบาทแก่เวียดนาม รวมทั้งเรือเก่าที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจการณ์ในทะเล และจะช่วยเวียดนามเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันทางทะเล ซึ่งแน่นอนว่ามีเป้าหมายเพื่อรับมือจีน ในด้านเศรษฐกิจการค้า ญี่ปุ่นประกาศว่าจะมอบความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ให้เวียดนาม นำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ

ขณะเดียวกันเวียดนามเป็นแหล่งแรงงานของญี่ปุ่นตามโครงการฝึกทักษะวิชาชีพ ชาวเวียดนามทำงานที่ญี่ปุ่นตามโครงการนี้มากเป็นอันดับที่ 1 ในญี่ปุน โดยทั้งสองประเทศยังจะเตรียมกลับมาให้บริการเที่ยวบินสำหรับแรงงานมีฝีมือที่จะไม่ต้องรับการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการสกัดโควิด-19

สื่อเวียดนามเปิดเผยว่า ในปี 2562 ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนในเวียดนาม ใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้ โดยมีการยื่นโครงการลงทุน 4,385 โครงการ เป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 59,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ทั้งนี้บริษัทที่ยื่นการลงทุนในเวียดนามนั้นมีทั้ง โตโยต้า ฮอนด้า พานาโซนิค แคนอน ฟูจิซีร็อกซ์ และ ซูมิโตโม

ด้านผลสำรวจบริษัท "เอ็นเอ็นเอ" ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2562 ระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นจำนวน 820 ราย ยกให้ เวียดนาม เป็นที่น่าลงทุนที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ทั้งด้านศักยภาพทางศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และมีแรงงานฝีมือที่ค่าแรงไม่สูงจำนวนมาก 

อินโดนีเซีย ประเทศหลักของมหาสมุทรอินเดีย

หลังออกจากเวียดนาม นายกรัฐมนตรีซูกะ ได้เดินทางต่อมาไปยังกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโจโค วิโดโด โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมอบเงินกู้แก่อินโดนีเซียเกือบ 15,000 ล้านบาท เพื่อจัดการกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจะช่วยอินโดนีเซียรับมือกับการแพร่ระบาดด้วยการมอบความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่รัฐบาลอินโดนีเซีย 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย เห็นชอบในข้อตกลงด้านความมั่นคงที่มีลักษณะคล้ายกับเวียดนาม คือรัฐบาลญี่ปุ่นจะส่งยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารให้กับอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังมีปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของจีน ที่เรียกว่าแผนที่เส้นประ 9 เส้น (nine-dash line) ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของอินโดนีเซีย

ขณะที่ผู้นำอินโดนีเซียก็แสดงความยินดีต่อการสนับสนุนของญี่ปุ่นต่อประเทศสมาชิกอาเซียน และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอินโดนีเซียและญี่ปุ่น โดยย้ำว่าความร่วมมือจะเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะท่ามกลางการแข่งขันระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลกกำลังทวีขึ้นอย่างสูง และย้ำถึงความหวังว่าทะเลจีนใต้จะเป็นทะเลแห่งสันติภาพและเสถียรภาพ

จีนกับปฏิกิริยาเงียบงันต่อกลุ่มพันธมิตรต้านจีน 

ปกติแล้วหากมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ กระทรวงการต่างประเทศจีนจะต้องรีบออกมาตอบโต้ทันที และยิ่งญี่ปุ่นเดินหมากเกมตั้งกลุ่มพันธมิตรต้านจีนแบบนี้ เป็นน่าสังเกตว่า นับตั้งแต่นายซูกะเดินทางถึงเวียดนาม และจบที่อินโดนีเซีย ยังไม่มีท่าทีใดๆ ออกมาจากจีน 

สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในยามนี้อาจจะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการต้านทานแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และใส่ใจกับนโยบายในประเทศ และการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 19 แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคมนี้ ทำให้ไม่มีเวลาใส่ใจกับผู้นำญี่ปุ่น เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย มากนัก

ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีนกับญี่ปุ่นอยู่ในสถานะตึงเครียดมาโดยตลอด เพราะมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะเซนกากุ ขณะที่ญี่ปุ่นก็พยายามรักษาสมดุลในความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับจีน และญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ โดยยังต้องจับตามองว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ผู้นำจีนจะมีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่นหรือไม่ หลังจากกำหนดการในเดือนเมษายนที่ผ่านมาต้องถูกยกเลิกไป จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดหมายว่านายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนจะไปเยือนญี่ปุ่นในเดือนหน้า ปูทางสู่การเยือนญี่ปุ่นของประธาธิบดีสี จิ้นผิง.

ผู้เขียน : เมาคลีล่าข่าว

ที่มา: Nikkei JapanTimes, Aljazeera

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นายกญี่ปุ่นโยชิฮิเดะ ซูกะอินโดนีเซียเวียดนามแปซิฟิกญี่ปุ่นข่าวต่างประเทศ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 11:51 น.