ไลฟ์สไตล์
100 year

ทำไมรัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งไทย ‘แบน’ แอปฯเทเลแกรม?

ไทยรัฐออนไลน์
22 ต.ค. 2563 09:11 น.

SHARE

ทำไมรัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งไทย ‘แบน’ แอปฯเทเลแกรม?

ไทยรัฐออนไลน์22 ต.ค. 2563 09:11 น.

  • แอปฯเทเลแกรม โด่งดังเปรี้ยงปร้างชั่วข้ามคืนในไทย หลังแกนนำการชุมนุมขับไล่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้เป็นช่องทางกระจายข้อมูลข่าวสารของม็อบ
  • รัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งอิหร่าน รัสเซีย จีน อินเดีย รวมทั้งไทย สั่งแบนแอปฯTelegram
  • รัสเซียพยายามแบนแอปฯเทเลแกรมมา 2 ปี สุดท้ายไม่สำเร็จ ต้องประกาศเลิกแบน

ข่าวแนะนำ

เทเลแกรม ได้รับความนิยมชั่วข้ามคืนในม็อบไทย

‘สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ’ โด่งดังชั่วข้ามคืนในไทย สำหรับแอปพลิเคชัน ‘เทเลแกรม’ (Telegram) ที่ได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ชุมนุมอย่างถล่มทลาย เมื่อกลุ่มเยาวชนปลดแอกแจ้งข่าวต่อผู้ชุมนุมเมื่อ 18 ต.ค. 63 เลือกใช้เป็นช่องทางกระจายข้อมูลข่าวสารการชุมนุมทางการเมือง ทำให้วันรุ่งขึ้น รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังถูกม็อบชุมนุมขับไล่ ต้องรีบออกคำสั่งระงับการใช้งานแอปฯเทเลแกรมทันที

แอปพลิเคชันเทเลแกรม เป็นแอปฯที่พัฒนาโดยสองพี่น้องชาวรัสเซีย ตระกูลดูรอฟ คือ นิโคไลและพาเวล ดูรอฟ โดย พาเวล ดูรอฟ คนน้อง ได้รับฉายา ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กแห่งรัสเซีย’ เนื่องจากได้พัฒนาเครือข่ายสังคมออนไลน์ คล้ายคลึงกับเฟซบุ๊ก (Facebook) และได้รับความนิยมในรัสเซีย โดยใช้ชื่อว่า Vkontakte หรือ VK

พาเวล ดูรอฟ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของแอปฯเทเลแกรม
พาเวล ดูรอฟ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของแอปฯเทเลแกรม



และแน่นอนว่า VK กลายเป็นโซเชียลมีเดียในรัสเซียที่กลุ่มประท้วงต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินใช้เป็นแพลตฟอร์มในการติดต่อ ก่อนจะถูกบริษัท Mail.ru ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย เข้ามาแทรกแซงและซื้อกิจการธุรกิจ VK ไปได้

พี่น้องตระกูลดูรอฟต้องขอลี้ภัยตนเอง เดินทางออกจากบ้านเกิดในรัสเซียไปอยู่ต่างประเทศ และเริ่มพัฒนาแอปฯเทเลแกรมขึ้นมาในปี 2556 หรือ 7 ปีที่แล้ว สำหรับยูสเซอร์ ผู้ใช้งาน ที่ต้องการความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวในการส่งข้อความ

นี่คือเหตุผลสำคัญ ‘ไม้เด็ด’ ที่ทำให้แอปฯเทเลแกรมได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นจากวันละ 10,000 คน ตกเดือนละ 35 ล้านคน เมื่อเดือน ต.ค.56 จนมาเป็นเดือนละ 400 ล้านคน ณ วันที่ 24 เมษายน 2563

ช่องทางสื่อสาร ของม็อบต้านรบ.ในหลายประเทศ และกลุ่มก่อการร้าย


การรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของการใช้งานแอปฯเทเลแกรมในการส่งข้อความ ด้วยจุดเด่นของแอปฯTelegram ที่ต้องมีการเข้ารหัสและการเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ ทำให้เทเลแกรมกลายเป็นแอปฯยอดนิยมของบรรดาผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลในหลายประเทศ ที่ต้องการส่งข้อความลับในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งม็อบในฮ่องกง ช่วงปี 2562-2563

ขณะเดียวกัน จุดเด่นของ Telegram ย่อมทำให้กลุ่มก่อการร้ายหมายเลขหนึ่งของโลก อย่างกลุ่มไอซิส รวมทั้งกลุ่ม White supremacists หรือพวกกลุ่มคลั่งคนขาว ไม่ลังเลที่จะใช้แอปฯเทเลแกรมเป็นช่องทางการสั่งการวางแผนเคลื่อนไหวในการก่อการร้ายและใช้ความรุนแรงของพวกตน

รัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งรัสเซีย สั่งแบนแอปฯเทเลแกรม

ด้วยสาเหตุที่แอปฯเทเลแกรม กลายเป็นช่องทางสื่อสารสำคัญของม็อบต่อต้านรัฐบาล และกลุ่มก่อการร้าย ตลอดจนบรรดากลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศได้สั่งแบน-ระงับแอปฯเทเลแกรมแล้ว ได้แก่ อิหร่าน จีน บาห์เรน อินโดนีเซีย ปากีสถาน รัสเซีย อินเดีย และล่าสุดคือไทย

ศาลรัสเซีย ได้มีคำสั่งแบนแอปฯเทเลแกรม ในวันที่ 13 เมษายน 2561 เนื่องจากปฏิเสธที่จะให้รหัสผู้ใช้งานบางคนแก่ ‘Roskomnadzor’ หน่วยงานกำกับดูแลระบบโทรคมนาคมของรัสเซีย ตามกฎหมายปราบปรามการก่อการร้ายของรัสเซีย ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของรัฐสามารถเข้าถึงข้อความของผู้ต้องสงสัยเครือข่ายก่อการร้ายในแอปฯเทเลแกรม

‘ความเป็นส่วนตัวไม่ได้มีไว้เพื่อขาย และสิทธิมนุษยชนไม่ควรประนีประนอมต่อความกลัว หรือความโลภ’ พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเทเลแกรม ประกาศจุดยืนที่ไม่ยอมให้รหัสผู้ใช้งานแก่หน่วยงานรัฐ โดยแย้งว่า ไม่ต้องการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ขณะเดียวกัน แอปฯเทเลแกรมก็ยืนยันว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่กลุ่มก่อการร้าย

ชาวรัสเซียออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยกเลิกแบนแอปฯเทเลแกรม เมื่อเมษายน 2561
ชาวรัสเซียออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยกเลิกแบนแอปฯเทเลแกรม เมื่อเมษายน 2561



รัสเซียพยายามแบนมา 2 ปี แต่ไม่สำเร็จ แม้แต่ จนท.รัฐก็ยังใช้

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของรัฐบาลรัสเซียในการแบนแอปฯเทเลแกรมมานับ 2 ปี สุดท้ายไม่สำเร็จ เพราะหลังจากผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรัสเซียถูกสั่งให้บล็อกแอปฯเทเลแกรมแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยังคงมีการใช้งานในรัสเซียอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลรัสเซียเองก็ยังใช้แอปฯนี้ รวมทั้งยังมีสำนักงานรัฐบาลบางหน่วยงานยังเลือกที่จะเก็บแอคเคาต์ทางการของหน่วยงานพวกตนไว้ในเทเลแกรม

อีกทั้งในปี 2563 ศูนย์ภารกิจรับมือสถานการณ์โควิด-19 ในหลายภูมิภาคของรัสเซียก็ยังเลือกที่จะใช้แอปฯเทเลแกรมในการอัปเดตข้อมูลการทำงานของพวกตนอีกด้วย

เดือนเมษายนที่ผ่านมา โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งสัญญาณถอย ออกมาประกาศยอมรับว่า แอปฯเทเลแกรมกำลังมีการใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น ถึงแม้จะถูกแบนแล้วก็ตาม โดยพาเวล ดูรอฟ ได้เรียกร้องทางการรัสเซียให้ยกเลิกการแบนแอปฯเทเลแกรม เพื่อเปิดทางให้ชาวรัสเซียที่ใช้แอปฯนี้นับ 30 ล้านคนใช้บริการอย่างสะดวกมากขึ้น พร้อมทั้งเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทีมงานของเทเลแกรมได้มีการพัฒนาเครื่องมือในการค้นหาและลบข้อมูลรุนแรงโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

กระทั่งในที่สุด รัฐบาลรัสเซียได้ยอมยกเลิกการแบนแอปฯเทเลแกรม เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 โดยเหตุผลว่า ทาง Telegram พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายและพวกหัวรุนแรงสุดโต่ง ยุติศึกระหว่างรัฐบาลปูตินกับแอปฯเทเลแกรม ที่ดำเนินมานับ 2 ปี..

ผู้เขียน : เวนิส

ที่มา : theverge, abcnewswikipedia

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทเลแกรมTelegramแบนแอปเทเลแกรมม็อบชุมนุมspecial contentข่าวต่างประเทศ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09:17 น.