ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โฆษณาชวนเชื่อที่ถูกเปิดเผย

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    19 ต.ค. 2563 05:01 น.

    SHARE

    โฆษณาชวนเชื่อที่ถูกเปิดเผย

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย19 ต.ค. 2563 05:01 น.

    โฆษณาชวนเชื่อที่ถูกเปิดเผย

    ผู้นำจำนวนไม่น้อยที่ขณะอยู่ในอำนาจได้รับการเคารพรักนับถือจากประชาชน แต่พอสิ้นอำนาจไปแล้วก็มีการนำความชั่วออกมาเปิดเผย ทำให้ภาพลักษณ์ที่ประชาชนเคยจำมาหายไป ผู้นำตอนอยู่ในอำนาจมีสื่อสารมวลชนอยู่ในมือ มีหน่วยงานของรัฐตามกระทรวงทบวงกรมคอยประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ เพื่อเรียกความน่าเคารพศรัทธาให้กับผู้นำนั้น

    ที่เห็นชัดที่สุดก็คือกรณีของโจเซฟ วิสซาริโอโนวิช สตาลิน ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตระหว่าง ค.ศ.1927-1953 เป็นคนที่สร้างระบอบสังคมนิยมโซเวียตตามแนวความคิดสังคมนิยมภายในประเทศเดียวจนประสบความสำเร็จ 26 ปีที่ปกครองสหภาพโซเวียต สตาลินได้รับการยกย่องจากคนโซเวียตอย่างมาก แม้สถาบันมากซ์เองเงิลส์และเลนินซึ่งผลิตตำราและหนังสือทฤษฎีการเมืองในกรุงมอสโกก็ยังตีพิมพ์งานนิพนธ์ทางการเมืองของสตาลินมากถึง 13 เล่ม คนโซเวียตอ่านแล้วก็เคลิบเคลิ้ม ยกย่องเชิดชูให้เป็นนักคิดและนักปรัชญา เป็นบุคคลที่มีความชำนาญด้านต่างๆหลายด้าน เป็นบิดาของประชาชน และเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มีชีวิตอยู่บนโลก

    เช้าตรู่ของวันที่ 6 มีนาคม 1953 มีประกาศข่าวด่วนเรื่องการอสัญกรรมของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของพรรคและประเทศ สตาลิน ป่วยด้วยโรคหัวใจและอัมพาต อายุ 73 ปี ศพของสตาลินถูกบรรจุในโลงแก้วและไปตั้งไว้ที่ห้องโถงใหญ่ของเครมลิน 3 วัน ประชาชนคนทั้งประเทศร้องไห้ร้องห่มโศกาอาดูรเศร้าอาลัย

    26 ปีก่อนหน้านั้น สถานีโทรทัศน์ของโซเวียตเปิดเผยแต่ข่าวทางบวกของสตาลินจนประชาชนซาบซึ้งตรึงหัวใจ แม้จะมีข่าวว่าสตาลินสั่งประหารชีวิตคนโน้นคนนี้ แต่ก็เป็นข่าวที่ไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นเพียงข่าวลือ สมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ข่าวทุกประเภทถูกเซ็นเซอร์ได้ง่าย

    สตาลินประสบความสำเร็จในการสร้าง Cult of Personality หรือ Cult of Individual หรือ “ลัทธิบูชาบุคคล” ซึ่งเป็นแนวคิดว่าด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นและการเทิดทูนบูชาผู้นำหรือผู้ปกครองประเทศให้มีสถานะเหมือนพระเจ้า

    เลนินรู้จักนิสัยใจคอของสตาลิน ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เลนินเรียกร้องให้ปลดสตาลินออกจากตำแหน่ง แต่สตาลินถ่วงเวลาจนเลนินตายจึงรวบอำนาจเป็นของตนเอง และค่อยๆสร้างลัทธิบูชาบุคคล พอถึงวันเกิดอายุครบ 50 ปีของสตาลินใน ค.ศ.1929 สื่อมวลชนทุกประเภทยกย่องสดุดีสตาลินอย่างใหญ่โตและต่อเนื่อง จนชื่อสตาลินกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรค เมื่อได้รับความศรัทธาแล้ว สตาลินก็กวาดล้างศัตรูทางการเมืองครั้งใหญ่ระหว่าง ค.ศ. 1934-1938 จนกุมอำนาจทางการเมืองเอาไว้คนเดียวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

    หลังจากสตาลินถึงแก่อสัญกรรม นิกิตา ครุชชอฟ ผู้นำ คนใหม่ของโซเวียตก็ดำเนินนโยบายล้มล้างอิทธิพลของสตาลิน ความชั่วของสตาลินที่ถูกซ่อนเร้นไว้ก็ถูกนำมาเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งลับที่เคยสั่งให้ปราบปรามประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อความจริงถูกเปิดเผยอย่างมีหลักฐานครบครัน กระแสการต่อต้านสตาลินก็ขยายแบบไฟลามทุ่ง ทั้งสหภาพ โซเวียตและรัฐบริวาร

    แม้แต่ศพของสตาลิน ผู้คนยังไม่ยอมให้ได้รับเกียรติฝังไว้ที่สุสานเลนิน ต้องย้ายศพออกไปฝังไว้ที่กำแพงเครมลินด้านหลังสุสานเลนิน มีการลบชื่อสตาลินออกจากสถานที่ ถนนหนทางทั่วประเทศ เมืองสตาลินกราดก็กลับไปใช้ชื่อเดิมคือวอลโกกราด สมัยก่อนมีรางวัลสาขาวรรณคดีที่ตั้งมาแข่งกับรางวัลโนเบลชื่อรางวัลสตาลิน ประชาชนก็ตะโกนว่าไม่เอา ให้ยกเลิก

    ครุชชอฟผู้นำคนใหม่กล่าวสุนทรพจน์ลับประณามระบบทรราชย์ของสตาลิน และการสร้างอำนาจเผด็จการเฉพาะตัวโดยการสร้างแนวความคิดลัทธิบูชาบุคคลเพื่อทำลายหลักการปกครองร่วมกันของพรรค

    อนิจจัง อนิจจา เมื่อหมดอำนาจวาสนา เรื่องที่เคยโฆษณาชวนเชื่อไว้ก็ถูกเปิดเผย.

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    songlok1997@gmail.com

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยโซเวียตโจเซฟ วิสซาริโอโนวิช สตาลินพรรคคอมมิวนิสต์นิกิตา ครุชชอฟกรุงมอสโก

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 11:09 น.