ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ศึกชิงชัยในรัฐ “สวิง สเตต” อเมริกา

    วีรพจน์ อินทรพันธ์
    18 ต.ค. 2563 05:01 น.

    SHARE

    ศึกชิงชัยในรัฐ “สวิง สเตต” อเมริกา

    วีรพจน์ อินทรพันธ์18 ต.ค. 2563 05:01 น.

    ศึกชิงชัยในรัฐ “สวิง สเตต” อเมริกา


    ใกล้เข้ามาทุกขณะ สำหรับการเลือกตั้งของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา ที่จะเป็นการต่อสู้ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีจากพรรครัฐบาลรีพับลิกัน และโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายค้านเดโมแครต

    แน่นอนว่าทุกๆ 4 ปีจะมีคำถามอยู่เสมอถึงระบบชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ซึ่งคำตอบอยู่ที่ “คณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี” (Electoral College) ของแต่ละรัฐ โดยหลังจากเลือกตั้งกันเสร็จสิ้นในวันที่ 3 พ.ย. คณะผู้เลือกตั้งจะจัดประชุมกันในเดือน ธ.ค. ซึ่งในรัฐส่วนใหญ่ผู้เลือกตั้งจะลงคะแนนตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนผู้ใช้สิทธิในรัฐนั้นๆ และสภาคองเกรสจะนับคะแนนอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.ปีหน้า

    จำนวนคณะเลือกตั้งในแต่ละรัฐจะเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐในสภาคองเกรส ซึ่งกำหนดโดยสำมะโนจำนวนประชากรของรัฐรวมกับจำนวนวุฒิสมาชิก 2 คน เท่ากับว่าคณะผู้เลือกตั้งจะมีจำนวนทั้งหมด 538 คน และผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำสหรัฐฯ จะต้องได้รับคะแนน เสียงจากผู้เลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 270 เสียง

    ทั้งนี้ รัฐส่วนใหญ่ของอเมริกาจะใช้ระบบผู้ชนะได้รับคะแนนเสียงผู้เลือกตั้งทั้งหมด หรือ Winner-take-all คือผู้สมัครแข่งขันที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจากประชาชนจะได้รับคะแนนของผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด

    สมมติทรัมป์ได้ชัยชนะในรัฐหนึ่งด้วยคะแนนเหนือกว่าไบเดนเพียงเล็กน้อย และรัฐนั้นมีจำนวนสมาชิกคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีจำนวนมาก ทรัมป์จะได้รับคะแนนเสียงผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด ดังนั้น หากทรัมป์ชนะในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วยคะแนนนิดเดียว ก็หมายความว่าทรัมป์มีคณะเลือกตั้งอยู่ในมือ 55 เสียง

    ดังนั้น การรณรงค์หาเสียงในทุกรัฐเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สมัคร แม้ในรัฐประชากรน้อยและมีคณะเลือกตั้งน้อย เพื่อให้ได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งรวม 270 เสียง ซึ่งผลอย่างหนึ่งของระบบที่ผู้ชนะได้รับคะแนนเสียงผู้เลือกตั้งทั้งหมด คือถึงผู้สมัครจะได้คะแนนเสียงของประชาชนทั่วประเทศมากที่สุด แต่อาจแพ้การเลือกตั้งได้อยู่ดี

    อย่างไรก็ตาม ในทุกการเลือกตั้งที่ผ่านมา รัฐต่างๆของสหรัฐฯมีประวัติยาวนาน ว่าสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างเหนียวแน่น เช่นแคลิฟอร์เนียคือฐานที่มั่นของเดโมแครต และเท็กซัสคือฐานที่มั่นของรีพับลิกัน ด้วยเหตุนี้ ความน่าสนใจจึงตกไปอยู่ที่รัฐที่เปลี่ยนการสนับสนุนพรรคหนึ่งไปยังอีกพรรคหนึ่ง ซึ่งรัฐเหล่านี้จะเป็นสนามประลองสำคัญ และถูกเรียกว่า “สวิงสเตต” (Swing State) แปลตามตัวว่าแกว่งไปมา

    โดยรัฐที่ถูกจำแนกว่าเป็นสวิง สเตตของศึกเลือกตั้งปีนี้ มีทั้งหมด 8 รัฐจาก 50 รัฐ ได้แก่ “อริโซนา” มีคณะผู้เลือกตั้ง 11 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ แต่การเลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ “ฟลอริดา” มีคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 3 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ “จอร์เจีย” มีคณะผู้เลือกตั้ง 16 เสียง โพลให้ทรัมป์นำอยู่ 1 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ “มิชิแกน” มีคณะผู้เลือกตั้ง 16 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 6 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ

    ตามด้วย “มินเนโซตา” มีคณะผู้เลือกตั้ง 10 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 9 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนเดโมแครตชนะ “นอร์ทแคโรไลนา” มีคณะผู้เลือกตั้ง 15 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ “เพนซิลเวเนีย” มีคณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 6 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อนทรัมป์ชนะ และ “วิสคอนซิน” มีคณะผู้เลือกตั้ง 10 เสียง โพลให้ไบเดนนำอยู่ 6 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งครั้งก่อน...ทรัมป์ชนะ

    จะเห็นได้ว่าในการเลือกตั้งคราวที่แล้วเมื่อปี 2559 โดนัลด์ ทรัมป์ กวาดคะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐเหล่านี้ไปเกือบทั้งหมด ซึ่งในครั้งนี้ต้องทำให้ได้เหมือนเดิม เพราะรวมทั้งหมดแล้ว 8 รัฐจะมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีถึง 127 เสียง ขาดอีก 143 เสียงก็ครบ 270 เสียง ได้ดำรงตำแหน่งผู้นำ

    สำหรับเวลาชี้ชะตาที่เหลือเพียง 16 วัน สื่อมวลชนสหรัฐฯต่างมองว่า ทรัมป์กำลังเจองานหนัก โดยประการแรกผลโพลล่วงหน้าระดับประเทศ ณ ตอนนี้ คาดคะเนว่าไบเดนจะมีชัยเหนือทรัมป์ ขณะประการที่สอง ผลความนิยมทั่วประเทศหลายสำนักชี้ว่าไบเดนนำเฉลี่ยอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ทรัมป์ต้องคว้าชัยในรัฐสวิง สเตต มาให้ได้ ซึ่งปรากฏว่าโพลในรัฐเหล่านี้กลับเทไปที่ไบเดนเกือบหมด

    ด้วยเหตุนี้ทรัมป์จำเป็นต้องรีบคว้าใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ชนบท ยับยั้งการสูญเสียคะแนนนิยมจากคนเมือง และดึงคนผิวขาวชนชั้นกรรมาชีพที่ไม่ได้ร่วมโหวตในการเลือกตั้งครั้งก่อนออกมาให้ได้

    ส่วนไบเดนต้องอย่าชะล่าใจ จำเป็นต้องกระตุ้นให้คนในเมืองใหญ่ออกมาใช้สิทธิอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งแอฟริกัน-อเมริกัน เพิ่มคะแนนนิยมจากกลุ่มละตินอเมริกัน ไปจนถึงคว้าใจคนในพื้นที่เดโมแครตเก่ายุคบารัค โอบามา แต่เปลี่ยนข้างมาเลือกทรัมป์แทน ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

    งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป อีกไม่นานคงได้ข้อสรุปกันครับผม.

    วีรพจน์ อินทรพันธ์

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    7 วันรอบโลกวีรพจน์ อินทรพันธ์เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์โจ ไบเดนพรรครีพับลิกันพรรคเดโมแครต

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 17:20 น.