ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สรุปข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ ดีเบตปธน.สหรัฐฯยกเลิก ยอดโควิดทั่วโลกพุ่ง

    ไทยรัฐออนไลน์
    11 ต.ค. 2563 14:11 น.

    SHARE

    สรุปข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ ดีเบตปธน.สหรัฐฯยกเลิก ยอดโควิดทั่วโลกพุ่ง

    ไทยรัฐออนไลน์11 ต.ค. 2563 14:11 น.

    สรุปข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ ดีเบตปธน.สหรัฐฯยกเลิก ยอดโควิดทั่วโลกพุ่ง

    สรุปข่าวต่างประเทศ วันที่ 5-11 ต.ค. 63 ดีเบตชิงรองปธน.สหรัฐฯ โจมตีมาตรการโควิด ส่วนดีเบตชิงปธน.ถูกยกเลิกหลังทรัมป์ไม่ยอมดีเบตทางไกล เมียนมาพบป่วยโควิดเพิ่มพันรายต่อวัน

    ดีเบตคู่ชิงรองประธานาธิบดี เพนส์-แฮร์ริส โจมตีมาตรการโควิด-สิ่งแวดล้อม

    เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดดีเบตคู่ชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างนายไมค์ เพนส์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน กับ นางคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ที่เมืองซอลท์เลค ซิตี้ รัฐยูทาห์ โดยประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาใช้โจมตีกันคือ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เศรษฐกิจที่ดิ่งลงเหว และปัญหาสภาพอากาศ

    ด้านนางแฮร์ริส ได้เริ่มต้นการดีเบตโดยการประณามฝ่ายนายโดนัลด์ ทรัปม์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้มีชาวอเมริกัน 210,000 คนเสียชีวิต และมีผู้ป่วยทะลุ 7,500,000 ราย พร้อมทั้งระบุว่า ชาวอเมริกันได้เห็นความล้มเหลวของประธานาธิบดีที่ร้ายแรงที่สุดในระวัติศาสตร์สหรัฐฯ และผู้ที่ต่อสู้กับไวรัสเปรียบเสมือนผู้เสียสละ ในขณะที่นายทรัมป์เพิกเฉยต่อการแพร่ระบาด และไม่กระตุ้นให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัย พร้อมกล่าวหาว่า มีการปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดที่แท้จริง

    ขณะที่ นายเพนส์ โจมตีฝั่งเดโมแครตว่า แผนการรับมือการแพร่ระบาดของพรรคนั้นลอกเลียนแบบพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้หลังจากที่นางแฮร์ริสตอบคำถามปฏิเสธที่จะรับวัคซีนต้านโควิดที่ถูกผลิตขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ทำให้นายเพนส์โต้กลับว่า การที่นางแฮร์ริสทำลายความเชื่อมั่นของวัคซีนโควิดที่ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงที่นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล

    ภายหลังจากจบการดีเบต โพลจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า มีประชาชนคาดว่านางแฮร์ริสทำให้ดีกว่า 59% ขณะที่ 38% ระบุว่า นายเพนส์ ทำให้ดีกว่า

    ดีเบตชิงตำแหน่ง ปธน.รอบสองถูกยกเลิก

    คณะกรรมการจัดโต้วาทีผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า การจัดดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรอบที่สอง ระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ที่จะถึงนี้ จะปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการดีเบตทางไกล ขณะที่นายทรัมป์ได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม และทางทีมงานของนายทรัมป์ได้ร้องขอให้มีการดีเบตแบบตัวต่อตัว แต่คณะกรรมการยืนยันไม่รับพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบกลับเป็นรูปแบบตัวต่อตัว 

    ด้านนายแพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เสี่ยงแพร่โรคโควิด-19 โดยระบุว่า นายทรัมป์ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี และไม่เป็นบุคคลที่เสี่ยงแพร่โรคระบาดไปยังผู้อื่น อีกทั้งยังตรวจไม่พบไข้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง แต่ไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่าผลการตรวจโรคโควิด-19 ของนายทรัมป์เป็นบวกหรือลบ

    การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายทรัมป์มีความพยายามที่จะออกหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ได้เพิกเฉยต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปกว่า 2 แสนศพ

    เมียนมาอ่วม พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 1,000 ต่อวันติดต่อกัน บราซิลตายทะลุ 150,000 ศพ

    ประเทศเมียนมา พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ทะลุ 1,000 ราย ติดต่อกัน 3 วัน โดยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 1,461 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 23,906 ราย และเสียชีวิต 566 ศพ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่นครย่างกุ้ง ศูนย์กลางทางการเงินของเมียนมา ส่งผลให้มีการประกาศล็อกดาวน์ย่านชุมชนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไปก่อนหน้านี้

    ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาระบุว่า นครย่างกุ้ง เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีระบบขนส่งสาธารณะที่แออัด ส่งผลให้โรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ความกังวลว่า เมียนมาอาจประสบปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลหลังจากนี้

    ส่วนที่ประเทศบราซิล มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทะลุ 150,000 ศพ ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาที่มีผู้เสียชีวิต 219,282 ศพ ส่วนผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลกทะลุ 1,000,000 ศพ ขณะที่ประเทศในยุโรปพบการระบาดระลอกที่สอง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ภายใน 24 ชั่วโมง ถึง 18,746 ราย ทุบสถิติผู้ป่วยรายใหม่ภายในวันเดียวมากที่สุดตั้งแต่พบการแพร่ระบาดในประเทศ ส่วนอิตาลี และเยอรมนี พบผู้ป่วยต่อวันทะลุ 3,000 ราย 

    ล่าสุดเว็บไซต์ เวิร์ดโอมีเตอร์ส รายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกอยู่ที่ 37,471,071 ราย และเสียชีวิต 1,077,509 ศพ 

    อินโดนีเซียประท้วงเดือด

    ตำรวจอินโดนีเซียปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงจำนวน 1,192 ราย เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการยิงแก๊สน้ำตา และฉีดปืนแรงดันน้ำเพื่อสลายการชุมนุม พร้อมทั้งปิดการเดินรถไฟบางสาย หลังจากมีผู้ประท้วงออกมาชุมนุมและทำลายสิ่งของใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา เพื่อต่อต้านกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่ผู้ประท้วงมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิแรงาน เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านแกนนำยืนยันที่จะประท้วงต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ากฎหมายดังกล่าวจะถูกยกเลิก. 

    ที่มา: The star, CNN, Aljazeera

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สรุปข่าวต่างประเทศไฮไลต์ข่าวต่างประเทศเลือกตั้งสหรัฐทรัมป์โควิด-19

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 00:10 น.