ข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ โควิดยุโรปยังหนัก ทั่วโลกอึ้ง คิม ขอโทษเกาหลีใต้

ข่าว

    ข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ โควิดยุโรปยังหนัก ทั่วโลกอึ้ง คิม ขอโทษเกาหลีใต้

    ไทยรัฐออนไลน์
    27 ก.ย. 2563 13:54 น.
    SHARE

    ข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ โควิดยุโรปยังหนัก ทั่วโลกอึ้ง คิม ขอโทษเกาหลีใต้

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 ก.ย. 2563 13:54 น.

    สรุปข่าวต่างประเทศรอบสัปดาห์ 21-27 ก.ย.63 ฝรั่งเศส-สเปน ป่วยโควิดเพิ่มเฉลี่ยวันละหมื่น เมียนมาเพื่อนบ้านป่วยทะลุ 9 พัน ส่วนเกาหลีเหนือส่งจดหมายขอโทษเกาหลีใต้ รับยิง จนท.ประมงเกาหลีใต้

    • ยุโรปเจอไวรัสมรณะระบาดรอบสอง เมียนมาป่วยทะลุ 9 พัน

    กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส รายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้น 14,412 ราย เมื่อวันสาร์ (26-09-63) ที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมทั่วประเทศทะลุ 527,000 ราย และเสียชีวิตถึง 31,700 ศพ ซึ่งการกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง ส่งผลให้ฝรั่งเศสประสบปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลในกรุงปารีส ต้องเลื่อนการรักษาผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วนออกไป เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการสาหัส นอกจากนี้ยังมีรายงานความล่าช้าของการตรวจโรคโควิด-19 เนื่องจากมีชุดตรวจไม่เพียงพอ ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์ในแคว้นมาร์กเซย์ พร้อมทั้งสั่งปิดร้านอาหารและบาร์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

    ส่วนสเปนมียอดผู้ป่วยรายใหม่ทะลุ 10,000 รายต่อวัน และถือเป็นประเทศที่พบการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในประเทศยุโรปตะวันตก มียอดผู้ป่วยรวมอยู่ที่ 735,198 ราย และเสียชีวิต 31,232 ศพ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงมาดริด ขณะที่ทางการกรุงมาดริด ประกาศล็อกดาวน์เพียงบางส่วนของเมืองเท่านั้น ขณะที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนประเทศในแถบยุโรปให้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูหนาว 

    ขณะที่ประเทศเมียนมา เพื่อบ้านไทย พบยอดผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั่วประเทศทะลุ 9,500 ราย และมีผู้เสียชีวิต 198 ศพ หลังจากเริ่มพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนัก มาตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยพบการแพร่ระบาดในรัฐยะไข่ ก่อนที่จะเริ่มระบาดมายังนครย่างกุ้ง เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของเมียนมา ส่งผลให้มีการประกาศล็อกดาวน์นครย่างกุ้งไปก่อนหน้านี้ โดยทางการขอความร่วมมือให้ประชาชนกักตัวอยู่ในบ้าน ขณะที่สถานที่ทำงานหลายแห่งต้องปิดทำการไปจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม

    ด้าน นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เมียนมาสามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามกำหนดในวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

    • ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ระส่ำ จนท.เกาหลีใต้ถูกฆ่า

    เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาลีเหนือส่งจดหมายแสดงความเสียใจไปยังทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กรณีทหารของเกาหลีเหนือยิงเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ ที่คาดว่าแปรพักตร์ เสียชีวิต ด้านเกาหลีเหนือระบุว่าพบเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมงของเกาหลีใต้ วัย 43 ปี ลอยอยู่กลางทะเล และได้ยิงปืนใส่ราว 10 นัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ยอมระบุตัวตน หลังจากนั้นจุดไฟเผาสิ่งของที่เจ้าหน้าที่เกาะลอยลอยน้ำ เนื่องจากเปื้อนเลือด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาของโรคโควิด-19 แต่ไม่ได้เผาร่างของเจ้าหน้าที่ โดย นายคิม จอง อึน ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ การออกมาขอโทษของ นายคิม จอง อึน ได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย

    เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด หลังจากที่เกาหลีเหนือได้ระเบิดสำนักงานประสานงานกับเกาหลีใต้ ในเมืองแกซอง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

    • ทรัมป์เสนอชื่อ ‘เอมี โคนีย์ บาร์เรตต์’ ขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลสูง

    เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเสนอชื่อ เอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ ขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แทนที่ นางรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา หาก เอมี บาร์เรตต์ ฝั่งอนุรักษ์นิยมได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จะทำให้ศาลสูงของสหรัฐฯ มีผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษ์นิยม 6 ราย และมีฝั่งเสรีนิยม 3 ราย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกถกเถียงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ 

    การเสนอชื่อในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก นายทรัมป์ ระบุว่าจะไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบหากแพ้การเลือกตั้ง และมักพูดอยู่เสมอว่าศาลสูงของสหรัฐฯ จำเป็นต้องมีที่นั่งครบทั้ง 9 ที่นั่ง ก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักความถูกต้องของการลงคะแนนเสียงผ่านไปรษณีย์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  

    • สุดเศร้า วาฬนำร่องออสเตรเลียเกยตื้นตายครั้งใหญ่

    สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุสะเทือนใจในออสเตรเลีย หลังจากมีฝูงวาฬนำร่องว่ายน้ำเกยตื้นตาย บริเวณชายฝั่งของรัฐเทสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย ถึง 380 ตัว ถือเป็นการเกยตื้นของวาฬครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือวาฬกลับสู่ทะเล โดยสามารถช่วยวาฬได้ราว 108 ตัว ขณะที่วาฬบางส่วนมีอาการอ่อนล้าเกินเยียวยา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการการุณยฆาต เพื่อไม่ให้วาฬทรมาน และได้เริ่มทำความสะอาดชายหาดและนำซากวาฬบางส่วนทิ้งลงทะเล

    ทั้งนี้ วาฬนำร่องเป็นสัตว์ที่มักใช้ชีวิตร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ หากสมาชิกของฝูงวาฬว่ายน้ำผิดเส้นทาง วาฬตัวอื่นๆ มักว่ายตามกันไป ทำให้เกิดเหตุวาฬเกยตื้นเป็นฝูงใหญ่.

    ที่มา: CNN , CNN , NBC , Asiatimes

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สรุปข่าวต่างประเทศไฮไลต์ข่าวต่างประเทศโควิด-19โควิดฝรั่งเศสเมียนมาเกาหลีเหนือวาฬ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์