ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียยอมรับว่า เขาจัดตั้งหน่วยกองกำลังตำรวจสำรองเอาไว้ เพื่อรอส่งเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในเบลารุสหากจำเป็น

ตามรายงานของสำนักข่าว บีบีซี ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. 2563 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวระหว่างออกรายการของสถานีโทรทัศน์ ‘ROSSIYA 1TV’ ของรัสเซียว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุสขอให้เขาจัดเตรียมกองกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งเอาไว้ ซึ่งผมทำตามนั้นไปแล้ว แต่พวกเขาตกลงกันว่า จะยังไม่ใช้กองกำลังนี้จนกว่าสถานการณ์จะอยู่เหนือการควบคุม

นายปูติน ระบุอีกว่า รัสเซียมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือในด้านความมั่นคงของเบลารุส เนื่องจากการพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันของทั้ง 2 ประเทศ ผู้นำรัสเซียยังย้ำว่า กองกำลังสำรองใหม่นี้จะไม่เข้าไปในเบลารุส ถ้าไม่มีพวกหัวรุนแรงใช้สโลแกนทางการเมืองบังหน้าเพื่อล้ำเส้น และเริ่มใช้อาวุธปล้นชิง, จุดไฟเผารถ บ้าน ธนาคาร, พยายามยึดอาคารรัฐบาลและอื่นๆ แต่สถานการณ์ในเบลารุสตอนนี้กำลังทรงตัว

...

คำพูดของนายปูตินเกิดขึ้นในขณะที่เบลารุสกำลังเผชิญเหตุความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งมีชนวนเหตุจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 9 ส.ค. ซึ่งนายลูคาเชโก ที่ปกครองประเทศมา 26 ปี ชนะถล่มทลายได้คะแนนกว่า 80% ทำให้ฝ่ายค้านออกมากล่าวหาโกงการเลือกตั้ง นำไปสู่การประท้วงใหญ่ในกรุงมินสก์ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ ขณะที่เมื่อวันอังคาร มีนักข่าว 13 คน ถูกตำรวจควบคุมตัวที่สถานีในเมืองหลวง ก่อนเกิดการประท้วงในวันพฤหัสบดีด้วย

ด้านนายมาเตอุช โมราเวียซกี นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศโปแลนด์ กล่าวว่า นายปูตินใช้เรื่องการฟื้นฟูความสงบในเบลารุสเพื่อปกปิดการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียยกเลิกแผนของเขาทันที

ทั้งนี้ รัสเซียกับเบลารุสเป็นสมาชิกของ องค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอดีตชาติสมาชิกโซเวียต เพื่อสนับสนุนด้านการประสานงานระหว่างกัน รวมทั้งรับประกันว่าพลเมืองของพวกเขามีสิทธิทำงานและอยู่อาศัยภายในทั้ง 2 ประเทศได้อย่างอิสระ.