- ผู้นำญี่ปุ่นเดินทางเข้า-ออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง จนกระทั่งตัดสินใจประกาศลาออกจากปัญหาสุขภาพในที่สุด
- สาเหตุที่ผู้นำญี่ปุ่นต้องโหมร่างกายอย่างหนัก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
- การประกาศลาออกครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่ยังมีงานหนักรออยู่ข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นงานมหกรรมโอลิมปิกที่ถูกเลื่อนไปปี 2564 รวมถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่ต้องเกิดขึ้นก่อนเดือนตุลาคมปีหน้า
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองกันอย่างมากหลังที่นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศลาออกอย่างกะทันหัน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม โดยผู้นำญี่ปุ่นได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า จากการไปตรวจสุขภาพในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพบว่าโรคลำไส้อักเสบเริ่มกลับมากำเริบอีกครั้ง และอาการยิ่งแย่ลงในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม จนถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เขาต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง และนำมาสู่การตัดสินใจสละตำแหน่งครั้งนี้
ผู้นำญี่ปุ่นได้กล่าวขอโทษประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ลาออกจากตำแหน่งทั้งที่ยังไม่ครบวาระ ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งขอโทษที่ทางการญี่ปุ่นไม่สามารถหาข้อสรุปจากเหตุประเทศเกาหลีเหนือลักพาตัวชาวญี่ปุ่นได้ โดยนายอาเบะยอมรับว่าเขาไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถตอบความสนองของประชาชนได้หรือไม่ ซึ่งความไม่มั่นใจนี้ ทำให้เขาตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอาเบะ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเคโอะ ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่าเป็นการเข้าตรวจสุขภาพประจำปี แต่กลับพบว่าการตรวจสุขภาพครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งแม้ว่านายคัตซึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้นำญี่ปุ่นยืนยันว่าทุกอย่างเป็นปกติ และเขาไม่รู้สึกกังวลอะไรเลย แต่แหล่งข่าวส่วนใหญ่กลับนำเสนอข้อมูลว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ปกติ อย่างที่นายกาโต้กล่าว
...
นิตยสาร “แฟลช” นิตยสารรายสัปดาห์ของประเทศญี่ปุ่นได้รายงานว่า นายอาเบะ อาเจียนออกมาเป็นเลือดเมื่อช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข่าวที่ทางนิตยสารแห่งนี้ออกมาเผยแพร่มีมูลความจริงมากขนาดไหน ขณะเดียวกัน “นิปปอน ทีวี” ก็รายงานข่าวโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า นายอาเบะไม่ได้เดินทางเพื่อเข้าไปตรวจสุขภาพ แต่เข้าไปรักษาอาการป่วยเรื้อรัง
การเดินทางไปตรวจสุขภาพของนายอาเบะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่อง โดยหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้น เมื่อผู้นำประเทศญี่ปุ่นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายอาเบะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีครบ 2,799 วัน ทุบสถิติของนายเอซาคุ ซาโตะ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2515 ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นได้กล่าวถึงการไปเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ว่าเป็นการ “รับผลตรวจ” จากการเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม และเขาจะรับการตรวจเพิ่มเติม โดยในระหว่างนี้เขาจะดูแลสุขภาพตัวเองและทำงานอย่างเต็มที่
ปัญหาของการทำงานอย่างเต็มที่?
หลายฝ่ายคาดว่าสาเหตุที่นายอาเบะต้องเข้าออกโรงพยาบาลถึงสองครั้งในช่วงสองสัปดาห์ เนื่องจากนายอาเบะเป็นคนที่โหมทำงานอย่างหนัก ซึ่งนายโยชิฮิเดะ ซูงะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าผู้นำญี่ปุ่นทำงานต่อเนื่องโดยไม่ยอมพัก 147 วัน โดยยืนกรานว่าจะเป็นผู้นำทัพในการสู้วิกฤติต่างๆ ภายในประเทศด้วยตัวเอง
ขณะที่ นายอากิระ อามาริ หนึ่งในสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคของนายอาเบะก็ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ผ่านทางโทรทัศน์ โดยยืนยันว่านายอาเบะ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก และรู้สึกผิดทุกครั้งเวลาที่เขาจะขอลาไปพักผ่อน ซึ่งเขาคิดว่าทางพรรคหรือทางรัฐบาลควรจะบังคับให้นายอาเบะลาพักได้แล้ว เช่นเดียวกันกับพรรคฝ่ายค้านที่แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่านายอาเบะควรพักหากเขารู้สึกไม่สบายและหวังว่าเขาจะหายในเร็ววัน
...
สาเหตุสำคัญที่ผู้นำญี่ปุ่นต้องโหมงานอย่างหนัก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนายอาเบะถูกตั้งคำถามถึงมาตรการในการป้องกันโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ “โก ทู ทราเวล” (Go To Travel) แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่หลายฝ่ายมองว่าทางการญี่ปุ่นออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวผิดเวลา เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นยังพบผู้ป่วยใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการประกาศภาวะฉุกเฉินที่ประชาชนมองว่านายอาเบะตัดสินใจช้าไป
ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวจิจิ (Jiji) ที่จัดทำขึ้นเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ระบุว่ามีประชาชนเพียงแค่ร้อยละ 32.7 ของผู้ทำแบบสำรวจทั้งหมดเท่านั้นที่ยังคง “พอใจ” กับการบริหารงานของนายชินโสะ อาเบะ ถือว่าลดลงกว่าร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งจำนวนตัวเลขดังกล่าวถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในช่วงสองปีที่ผ่านมา
เปิดแผลเก่า
การลาออกครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายอาเบะลงจากตำแหน่งเพราะปัญหาสุขภาพ เพราะเมื่อปี 2550 นายอาเบะเคยประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกะทันหัน จากอาการลำไส้อักเสบ ซึ่งเป็นอาการป่วยเรื้อรังที่เป็นปัญหาสุขภาพมาตั้งแต่ช่วงที่เขาอยู่มัธยม โดยผู้ป่วยลำไส้อักเสบจะมีอาการปวดท้อง, ท้องร่วง, เหนื่อยง่าย และน้ำหนักลด ซึ่งทุกวันนี้นายอาเบะก็ยังคงต้องใช้ชีวิตโดยมีโรคลำไส้อักเสบเป็นโรคประจำตัว
ด้านนายโคอิชิ นากาโนะ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองประจำมหาวิทยาลัยโซเฟียในกรุงโตเกียวได้กล่าวว่า การลงจากตำแหน่งด้วยอาการป่วยน่าจะเป็นการลงจากตำแหน่งที่สง่างามที่สุด เพราะว่าทางการญี่ปุ่นต้องการสร้างเส้นเรื่องนายอาเบะ ต่อสู้กับโรคร้าย ในขณะที่กำลังหาทางรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
...
ใครจะมาแทนนายอาเบะ?
สำนักข่าวอัลจาซีร่าได้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ สำหรับผู้ที่จะมาสืบทอดอำนาจต่อจากนายอาเบะ ซึ่งตัวเต็งคนแรกที่น่าได้รับเลือกจากการลงเสียงในพรรคเสรีประชาธิปไตย คือนาย ทาโร่ อาโสะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและเป็นสมาชิกคนสำคัญในรัฐบาลของนายอาเบะ แม้นายอาโสะจะเคยมีเรื่องอื้อฉาว หลังจากที่เขาแสดงความเห็นว่า "คนชรา" ควรจะรีบๆตายไปได้แล้ว
นอกจากนายอาโสะแล้ว ยังมีนายชิเงรุ อิชิบะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติส่วนใหญ่เทให้คะแนนว่าเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพราะเคยมีผลงานในด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้นายอิชิบะยังเคยขึ้นชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับนายอาเบะเมื่อปี 2561 แต่ก็เป็นนายอาเบะที่ได้ชัยชนะไป
อีกคนที่ถูกจับตามองคือนายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2555 ถึง 2560 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่านายคิชิดะคือตัวแทนที่นายอาเบะต้องการ เพราะนายคิชิดะเคยเข้าหารือกับทางเกาหลีใต้ในการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศคนนี้ ไม่ค่อยได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกภายในพรรคเท่าไหร่นัก
...
แม้นายอาเบะจะยืนยันว่าเขาจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปผู้ที่จะมาสืบทอดอำนาจต่อจากเขา และยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมารักษาการผู้นำประเทศแทน แต่ว่าที่ผู้นำประเทศคนใหม่คงต้องเตรียมใจที่จะรับงานหนักที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นงานมหกรรมโอลิมปิกที่ถูกเลื่อนไปเป็นปี 2564 รวมถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่ต้องเกิดขึ้นก่อนเดือนตุลาคมปีหน้า.
ผู้เขียน : จอน
แหล่งที่มา : CNN, เคียวโด, อัลจาซีร่า