ทางการจีนส่งเครื่องบินรบเข้าไปยังช่องแคบไต้หวัน เพื่อตอบโต้ที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน เพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวของสหรัฐฯ เป็นความพยายามแทรกแซงและละเมิดนโยบายจีนเดียว
รัฐบาลไต้หวันยืนยันว่าระบบตรวจจับจรวดมิสไซล์ของไต้หวัน สามารถตรวจจับเครื่องบินรบ เจ-11 และ เจ-10 จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่บินเข้ามาตามแนวช่องแคบไต้หวันได้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น.ตามเวลาในท้องถิ่น ก่อนที่เครื่องบินลาดตระเวนของไต้หวัน จะกดดันเครื่องบินรบทั้งสองลำให้ออกไป โดยนี่นับเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2559 ที่จีนนำเครื่องบินรบรุกล้ำน่านฟ้า เข้ามาบริเวณช่องแคบไต้หวันเช่นนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ จากกระทรวงกลาโหมของจีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ก่อนหน้าที่ นายอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ จะเดินทางเข้าพบ ประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวัน ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป เพื่อเสนอความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่ไต้หวัน ซึ่งนับว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คนแรกในรอบกว่า 40 ปี ที่เดินทางเยือนเกาะแห่งนี้
...
นายอาซาร์ ระบุว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมาที่นี่ เพื่อนำมิตรภาพและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มายังไต้หวัน พร้อมทั้งยังกล่าวชื่นชมมาตรการรับมือโควิด-19 ของไต้หวัน ที่ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ขณะที่ ประธานาธิบดี ไช่ กล่าวกับรัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ว่า การมาเยือนของเขา ถือเป็นย่างก้าวสำคัญในความร่วมมือต่อสู้โรคระบาดใหญ่ระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณสหรัฐฯ ที่มีส่วนช่วยเรียกร้องให้ไต้หวันได้เข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก และสามารถเข้าถึงองค์การอนามัยโลกได้มากยิ่งขึ้นในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ทั้งๆ ที่ไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรอนามัยโลก
โดยก่อนหน้านี้ นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ได้แถลงแสดงความไม่พอใจหลังทราบข่าวการเดินทางมาเยือนไต้หวันของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โดยระบุว่า การเดินทางเยือนของสหรัฐฯ ครั้งนี้จะส่งสัญญาณผิดๆ ให้แก่กลุ่มแยกดินแดนไต้หวัน และสร้างความเสียหายต่อสันติสุขในภูมิภาค พร้อมทั้งขู่ว่าจะมีการตอบโต้การกระทำครั้งนี้ของสหรัฐฯ ด้วย.
แหล่งที่มา : รอยเตอร์