จีนแสดงความไม่พอใจ สหรัฐฯ ส่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเดินทางเยือนไต้หวัน ชี้เป็นการทำลายความสงบ และขู่จะตอบโต้
สำนักข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานว่า นายอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ เดินทางถึงไต้หวันแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2563 ทำให้เขากลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนเกาะแห่งนี้ นับตั้งแต่ปี 2522 โดยเขาจะเข้าพบประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน ภายในไม่กี่วันข้างหน้า
นายอาซาร์โดยสารเครื่องบินของรัฐบาล มาถึงสนามบินซงชาน ในนครไทเป และได้รับการต้อนรับจากนายเทียน ชุง-กวาง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศ “ผมตั้งตารอที่จะถ่ายทอดคำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อสนับสนุนความเป็นผู้นำสาธารณสุขโลกของไต้หวัน และเน้นย้ำความเชื่อที่เรามีร่วมกันว่า เสรีภาพและสังคมประชาธิปไตยคือโมเดลที่ดีที่สุด สำหรับปกป้องและส่งเสริมสุขภาพ”
...
นายอาซาร์กล่าวเสริมอีกว่า “ไต้หวันคือแบบอย่างของความโปร่งใสและความร่วมเมืองในด้านสาธารณสุขโลก ระหว่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 และเป็นมาอย่างยาวนาน”
นอกจากพบกับนางไช่แล้ว นายอาซาร์ยังจะเข้าพบกับนาย อู๋ จ้าวเสีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไต้หวันและนาย เฉิน ชื่อจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางสาธารณสุขกับรัฐบาลไต้หวัน และเดินทางเยือนศูนย์ควบคุมโรคของไต้หวันด้วย
อย่างไรก็ตาม การเดินทางเยือนไต้หวันของนายอาซาร์ สร้างความไม่พอใจให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมองว่าการที่สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่มาไต้หวันเป็นการละเมิดนโยบายจีนเดียว โดยนาย หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ระบุว่า การเดินทางครั้วนี้จะส่งสัญญาณผิดๆ ให้แก่กลุ่มแยกดินแดนไต้หวัน และสร้างความเสียหายต่อสันติสุขกับเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างรุนแรง เขายังขู่ตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ ด้วย แต่ไม่ระบุว่าจะตอบโต้อย่างไร
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เลิกยอมรับไต้หวันเป็นประเทศแล้วหันไปผูกมิตรกับจีนในปี 2522 แต่พวกเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม, การค้า และความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการอื่นๆ กับไต้หวันเอาไว้มาตลอด รวมถึงการออกกฎหมายกำหนดให้สหรัฐฯ ช่วยไต้หวันป้องกันตนเอง
แต่ในยุครัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ ยกระดับการสนับสนุนไต้หวันมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการขายอาวุธ หลังจากความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา