หุ้นเฟซบุ๊กขยับขึ้นต่อเนื่องหลังเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ คาด 'ทรัมป์' แบน 'TikTok' เฟซบุ๊กได้ประโยชน์ทางอ้อม

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม วัย 36 ปี ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับสามของโลกเมื่อวันพฤหัสบดี (09 ส.ค. 63) ที่ผ่านมาหลังจากมีมูลค่าทรัพย์สิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.12 ล้านล้านบาท เป็นรองเพียงแค่นายเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง อเมซอน (Amazon) และบิลล์ เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ไมโครซอฟท์ เท่านั้น ซึ่งมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มาจากหุ้น เฟซบุ๊ก ที่ขยับขึ้น ร้อยละ 6.5 นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก ยังระบุว่ามีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันในเครือแตะ 3,000 ล้านราย ซึ่งรวมถึง วอตส์แอปป์ และอินสตาแกรม

โควิด-19 ทำคนพึ่งพาเทคโนโลยีสื่อสาร 

การที่ผู้คนต่างกักตัวอยู่ที่บ้านจากผลกระทบของวิกฤติโควิด-19 นั้นทำให้ เฟซบุ๊ก มียอด engagement เพิ่มขึ้น ขณะที่เว็บไซต์ Foxbusiness รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก, อเมซอน, ไมโครซอฟท์ และกูเกิล เริ่มโตขึ้นต่อเนื่องหลังจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนพฤติกรรมมาพึ่งพาเทคโนโลยีกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับครอบครัว และสั่งสินค้าและอาหารขณะที่อยู่ในมาตรการล็อกดาวน์

โดยตั้งแต่ต้นปี หุ้นของ เฟซบุ๊ก ขยับขึ้นร้อยละ 30 ซึ่งนั่นก็ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของนายซัคเคอร์เบิร์ก เพิ่มขึ้นถึง 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 686,950 ล้านบาท

'ทรัมป์' กดดัน 'ติ๊กต๊อก' อาจทำให้ 'เฟซบุ๊ก' ได้ประโยชน์ทางอ้อม

การปรับตัวขึ้นของหุ้นเฟซบุ๊กเพียงหนึ่งวันหลังจากที่มีการเปิดตัว Reels ฟีเจอร์ใหม่ในอินสตาแกรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ติ๊กต๊อก สื่อสังคมออนไลน์สัญชาติจีนคู่แข่งที่กำลังมาแรงขณะนี้ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้ลอกเลียนรูปแบบของ ติ๊กต๊อก มาเต็มๆ ซึ่งการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีความพยายามที่จะแบนแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง นอกจากนี้ ยังออกสำสั่งเตรียมระงับการให้บริการติ๊กต๊อก ในสหรัฐฯ หากบริษัทแม่ ByteDance สัญชาติจีน ไม่ขายธุรกิจดังกล่าวให้แก่บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ภายใน 45 วัน ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาที่รุมเร้า ติ๊กต๊อก และอนาคตที่ไม่แน่นอนของแอปพลิเคชันอาจทำให้ผู้ใช้บางส่วนหันไปใช้อินสตาแกรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันแทน.

ที่มา: Foxbusiness, CNN, NBCnews