ชาวเลบานอนนับหมื่นคนออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลในกรุงเบรุต หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งพวกเขาโทษว่าเป็นเพราะความสะเพร่าของรัฐบาล
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประชาชนนับหมื่นคนออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเบรุตของเลบานอนอีกครั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2563 เรียกร้องให้ “แก้แค้น” ชนชั้นปกครอง ที่พวกเขาเชื่อว่ามีส่วนรับผิดชอบทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในเมืองหลวงแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 158 ศพ บาดเจ็บราว 6,000 คน และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จนประชาชนกว่า 300,000 คนไม่มีที่อยู่
กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเดินทางจากพื้นที่ใกล้จุดระเบิดที่ท่าเรือกรุงเบรุต ไปยังจัตุรัส ‘มาร์เทอร์’ (Martyr) ใจกลางเมือง ระหว่างทางเกิดการปะทะกับตำรวจที่ถูกส่งมาควบคุมสถานการณ์หลายครั้ง โดยผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินกับดอกไม้ไฟใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ผู้ชุมนุมที่โกรธแค้นยังจุดไฟเผาหลายพื้นที่ในเขตกลางเมืองของกรุงเบรุตด้วย
...
ความไม่สงบยังเริ่มกระจายไปทั่วกรุงเบรุต โดยในพื้นที่ทางตะวันออก ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งบุกเข้ายึดอาคารกระทรวงต่างประเทศเอาไว้ จุดไฟเผาสำนักงานอย่างน้อย 1 ห้อง และโยนเอกสารออกมานอกหน้าต่าง พวกเขายังเรียกร้องผ่านโทรโข่งให้ปลดอาวุธ ‘ฮีซบอลเลาะห์’ กลุ่มติดอาวุธเลบานอนที่อิหร่านสนับสนุน และให้ผู้ประท้วงคนอื่นๆ ยึดตึกกระทรวงทั้งหมด และประกาศให้ตึกกระทรวงต่างประเทศเป็น “สำนักงานใหญ่แห่งการปฏิวัติ”
ตามการเปิดเผยสภากาชาดเลบานอน พบผู้บาดเจ็บระหว่างการประท้วงครั้งนี้แล้วมากกว่า 110 คน รวมถึง 22 คนที่ต้องส่งไปรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจยืนยันกับนักข่าวของรอยเตอร์สว่า มีการใช้กระสุนจริงด้วย แต่ไม่ระบุว่าฝ่ายใดเป็นคนยิง
ด้านผู้ชุมนุมที่จัตุรัสมาร์เทอร์ ตั้งตะแลงแกงจำลองขึ้นมา แขวนหุ่นปลอมที่ติดใบหน้าของผู้นำทางการเมืองหลายคน รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ซาอัด ฮารีรี และนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ หัวหน้ากลุ่มฮีซบอลเลาะห์ เอาไว้ แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวที่พวกเขามีต่อรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ ตะแลงแกงดังกล่าวยังถูกตั้งในจุดเดียวกับที่ประชาชนจำนวนมากถูกแขวนคอเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ฐานลุกฮือขึ้นต่อต้านจักรวรรดิออตโตมัน ด้วย
ทั้งนี้ เลบานอนกำลังเผชิญกับวิกฤติการเมืองรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศโค่นล้มรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ซาอัด ฮารีรี เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ขณะที่วิกฤติการเงินที่กำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก แต่เหตุระเบิดครั้งใหญ่เมื่อวันอังคารที่ 4 ส.ค. ซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุจากสาร แอมโมเนียมไนเตรท ปริมาณมหาศาลถึง 2,750 ตัน ที่เจ้าหน้าที่รัฐเก็บไว้ในโกดังอย่างไม่ปลอดภัยมานานร่วม 7 ปี ทำให้ความโกรธแค้นของประชาชนพุ่งถึงขีดสุด
...
นับตั้งแต่เกิดระเบิดดังกล่าว มีสมาชิกรัฐสภาอย่างน้อย 5 คนลาออกจากตำแหน่งเพื่อประท้วงรัฐบาล เพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนที่ลาออกก่อนหน้านั้น ขณะที่ทางการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรทที่ท่าเรือ 16 คน รวมถึงนายบาดรี ดาเฮอร์ ผู้อำนวยการใหญ่กรมศุลกากรเลบานอน, นายฮาซาน เครย์เทม ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเบรุต และนายชาฟิค เมเร อดีตผู้อำนวยการกรมศุลกากร
การประท้วงที่เกิดขึ้นทำให้นายกรัฐมนตรี ฮัสซัน ดิอับ ออกมาให้คำมั่นในวันเสาร์ว่า จะออกกฎหมายเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม เขาจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 2 เดือน จนกว่าพรรคการเมืองใหญ่ๆ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้.