สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ยังคงน่ากังวล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่ายอดตายจะแตะสามแสนศพในสิ้นปีนี้
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายแพทย์คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้เชี่ยวชาญประจำมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ออกมาคาดการณ์ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ว่าจะสูงเกือบ 300,000 ศพ พร้อมกล่าวเตือนสหรัฐฯอาจเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขึ้นอีกครั้ง หากทางการสหรัฐฯ ไม่รีบออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดรอบใหม่
นายแพทย์เมอร์เรย์ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศสหรัฐฯ เหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะ เพราะในตอนแรกตัวเลขพุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อประชาชนเลือกจะสวมหน้ากากอนามัยและมีการเว้นระยะห่างทางสังคม จำนวนผู้ป่วยใหม่ก็ลดลง อย่างไรก็ตาม ประชาชนเริ่มการ์ดตกและหยุดปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้วางเอาไว้ในเวลาต่อมา ทั้งนี้หากประชาชนร่วมกันสวมหน้ากากอนามัย อาจจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ 70,000 ศพ
ทางสถาบันตรวจวัดและประเมินผลสุขภาพ หรือไอเฮชเอ็มอี (IHME) เปิดเผยอีกว่าจำนวนผู้ป่วยในรัฐแอริโซนา, แคลิฟอร์เนีย, ฟลอริดา และเทกซัส ลดลง แต่ผู้ป่วยใหม่ในรัฐโคโลราโด, อิดาโฮ, แคนซัส, เคนตั๊กกี้, มิซซิสซิปปี, มิสซูรี, โอไฮโอ, โอเรกอน, เวอร์จิเนีย กลับเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลที่ IHME ได้มอบให้ตรงกับผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์
ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมในประเทศสหรัฐอเมริกาทะลุ 5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอย่างน้อย 160,000 ศพ โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยสะสมและยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลก.
...