ครบ 1 ปีเลิกสถานะพิเศษ-ล็อกดาวน์แคชเมียร์

ข่าว

    ครบ 1 ปีเลิกสถานะพิเศษ-ล็อกดาวน์แคชเมียร์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์
    6 ส.ค. 2563 10:11 น.
    SHARE

    ครบ 1 ปีเลิกสถานะพิเศษ-ล็อกดาวน์แคชเมียร์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ส.ค. 2563 10:11 น.

    เมื่อ 5 ส.ค. วันครบรอบ 1 ปี ที่รัฐบาลอินเดียประกาศยกเลิกสถานะกึ่งปกครองตนเองพิเศษของรัฐจัมมูร์-แคชเมียร์ ซึ่งอินเดียและปากีสถานต่างอ้างกรรมสิทธิ์ และอินเดียได้แบ่งแยกจัมมูร์-แคชเมียร์เป็นหนึ่งดินแดนสหภาพให้ภูมิภาคลาดักห์ติดพรมแดนจีนเป็นอีกหนึ่งดินแดนสหภาพทางการอินเดียใช้มาตรการคุมเข้มในแคชเมียร์ โดยเฉพาะเมืองศรีนคร เมืองเอกของรัฐ ซึ่งทหารตำรวจตรึงกำลังตามท้องถนน สั่งประชาชนและเหล่านักการเมืองอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการประท้วงก่อความรุนแรงที่ถนนกุปคาร์ที่ตั้งบ้านของเหล่านักการเมืองจำนวนมากถูกสั่งปิด ทหารตำรวจยังปิดกั้นบ้านนายฟารูค อับดุลเลาะห์ อดีตมุขมนตรีรัฐแคชเมียร์ ก่อนหน้านี้อินเดียใช้มาตรการเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกบ้านในเวลาที่กำหนดนาน 2 วัน ในเมืองศรีนคร อ้างว่ามีข่าวกรองจะเกิดการประท้วงรุนแรง แต่เคอร์ฟิวถูกยกเลิกเมื่อคืน 4 ส.ค. แต่เมื่อ 5 ส.ค. ทหารยังตรึงกำลังเต็มท้องถนน มีการตั้งเครื่องกีดขวางและรั้วลวดหนามแน่นหนา

    หลังสั่งยกเลิกสถานะพิเศษของจัมมูร์-แคชเมียร์ อินเดียปิดกั้นการติดต่อสื่อสารรวมทั้งอินเตอร์เน็ต จับกุมผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งเหล่าผู้นำของรัฐที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มาตรการปิดกั้นส่วนใหญ่ถูกผ่อนคลายแล้ว แม้ยังจำกัดความเร็วของอินเตอร์เน็ต โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดียให้เหตุผลว่าสั่งยกเลิกสถานะพิเศษเพื่อดึงจัมมูร์-แคชเมียร์
    ให้มาอยู่ใกล้ชิดกับอินเดียมากขึ้นและกระตุ้นการพัฒนา แต่ผ่านมา 1 ปี การพัฒนาแทบไม่คืบหน้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ความไม่พอใจของชาวจัมมูร์-แคชเมียร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมยังคุกรุ่น

    การแย่งชิงจัมมูร์-แคชเมียร์ ทำให้อินเดียกับปากีสถานทำสงครามใหญ่แล้ว 2 ครั้ง ขณะที่แบ่งกันยึดครองดินแดนของรัฐนี้ โดยในส่วนของอินเดียซึ่งได้รับสิทธิปกครองตนเองพิเศษมาหลายทศวรรษ เต็มไปด้วยความรุนแรงจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 การยกเลิกสถานะพิเศษของจัมมูร์-แคชเมียร์ ถูกปากีสถานประณามอย่างรุนแรง และปากีสถานเรียกร้องให้มีการประท้วงในวันครบรอบ 1 ปี ครั้งนี้ด้วย

    วันเดียวกัน นายกฯโมดีไปทำพิธีเริ่มการก่อสร้างวิหารของชาวฮินดูในเมืองอโยธยาทางภาคเหนือ โดยวิหารจะถูกก่อสร้างทับมัสยิดของชาวมุสลิมที่ทั้งสองฝ่ายแย่งกันครอบครอง หลังจากในปี 2535 ฝูงชนชาวฮินดูได้บุกรื้อทำลายมัสยิดดังกล่าว จุดชนวนให้เกิดการจลาจลรุนแรง มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม.

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      แม่ลุ้นมาก! ส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก โล่งอกโล่งใจ แต่ตอนรับกลับแม่ต้องกุมขมับ
      04:22

      แม่ลุ้นมาก! ส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก โล่งอกโล่งใจ แต่ตอนรับกลับแม่ต้องกุมขมับ


      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพฤหัสที่ 19 พฤษภาคม 2565 เวลา 02:34 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์