เสาร์ 8 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมศูนย์แสดงสินค้า OTOP เทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก กลุ่มพบพระโมเดล Thai Hemp Center การรวมตัวภาคประชาชน ศูนย์กลางกัญชงแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาทางวิชาการ “กัญชง พลิกวิกฤติชาติให้เป็นโอกาสทองของไทยได้อย่างไร” 08.00-10.00 น. เภสัชกรพงษ์ศักดิ์ สง่าศรี พูด “ประโยชน์ของกัญชง พืชเศรษฐกิจแสนล้านในมิติต่างๆ” 10.00-12.00 น. รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ พูด “การพัฒนาสายพันธุ์ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมด้วยองค์ความรู้และงานวิจัยในระดับสูงของประเทศเพื่อการแข่งขันสู่สากล”

12.00-13.00 น. ทานอาหารพร้อมชม Live สดจากสหรัฐฯ โดยแพทย์หญิงเอมอร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา แปรรูปผลิตภัณฑ์กัญชง และการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 300 ชนิด ในสหรัฐฯ 13.00-15.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “ตลาดกัญชงอยู่ที่ไหน ใครจะมารับซื้อ ตลาดการส่งออกควรทำอย่างไร” 15.00-16.30 น. อาจารย์รสสุคนธ์ ธนธีระบรรจง พูด “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชง การขออนุญาตปลูก แปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเทคโนโลยีการสกัดแบบใหม่และสาระสำคัญในพืชกัญชง” 16.30-17.00 น. พบพระโมเดล-Thai Hemp Center (ศูนย์กลางกัญชงแห่งประเทศไทย) การรวมตัวของภาคประชาชนมีแนวทางอย่างไร

ใครที่คิดว่าการระหว่างประเทศเป็นเรื่องไกลตัว ขออนุญาตเรียนว่า ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ไกลแล้วครับ ทุกการกระดิกพลิกตัวของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติบ้านเมือง เกี่ยวดองหนองยุ่งกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแทบทั้งสิ้น

สมัยก่อนมีแอปพลิเคชันวิดีโอ Musical.ly ที่มีฐานอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เป็นแอปที่ดังกลางๆ พ.ศ.2560 ไบรต์แดนซ์ซึ่งเจ้าของคือบริษัทจีนซื้อแอป Musical.ly ในราคา 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3 หมื่นล้านบาท) พ.ศ.2561 ก็นำมาเปิดตัวใหม่ในชื่อติ๊กต่อก TikTok ผ่านไปไม่นาน ไบรต์แดนซ์มีมูลค่าหุ้นสูงถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (4.2 ล้านล้านบาท สูงกว่างบประมาณของไทยเสียอีก)

...

แอป TikTok ได้รับความนิยมสูงมาก เมื่อบุกเข้าไปในตลาดสหรัฐฯก็ได้รับความนิยมอย่างพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ คนอเมริกันใช้แอปนี้มากกว่า 80 ล้านคนต่อเดือน สร้างความตระหนกตกใจให้ผู้บริหารสหรัฐฯและตะวันตก ทรัมป์ถึงขนาดประกาศว่าจะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารแบนแอป TikTok ในสหรัฐฯ เป็นการบังคับให้บริษัทจีนเจ้าของแอปนี้ต้องขายกิจการให้บริษัทอเมริกัน

ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เจรจากับไบรต์แดนซ์บริษัทของจีน ในช่วงแรกของการเจรจา ทรัมป์ก็ยังประกาศว่าแกจะแบนแอป TikTok แต่ในขณะที่ผมเขียนรับใช้ผู้อ่านท่านอยู่ในขณะนี้ ทรัมป์บอกว่าตัวเองเปลี่ยนใจไม่แบนแอป TikTok แล้ว งานนี้สหรัฐฯเป็นผู้ชนะ ได้กดดันบริษัทจีนให้ชาวอเมริกันและชาวโลกเห็น และอาจจะทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯได้เป็นเจ้าของแอปพลิเคชันดังด้วยราคาเพียง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.5 ล้านล้านบาท)

นี่คือฤทธิ์ของการระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้แต่แอปคลิปวิดีโอสั้นก็ยังเป็นประเด็นใหญ่ การที่คณะผู้นำของประเทศใดประเทศหนึ่งจะเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง หรือเอียงเข้ามหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนี่เป็นเรื่องสำคัญครับ

ที่เห็นเด่นชัดพอเป็นตัวอย่างได้ก็คือเพื่อนบ้านกัมพูชาของเรา ที่สมเด็จฮุนเซนพากัมพูชาไปอิงแอบแนบชิดจีน ทำให้กัมพูชากลายเป็นน้องเลิฟของพี่ใหญ่จีน กัมพูชาอยากได้อะไร อยากพัฒนาตรงไหน เพียงกัมพูชาหลับตา พอลืมตามาก็พบว่าพี่จีนจัดการให้หมด แม้แต่ข้าวกัมพูชาพี่จีนก็เป็นเจ้าใหญ่ที่สุดที่ช่วยซื้อ ดันจนยอดส่งออกข้าวกัมพูชาโตสูงถึงร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

การอยู่ของฝ่ายตะวันตกจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มครับ ออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศคอหอยลูกกระเดือกกับสหรัฐฯประกาศว่าจะเข้ามาร่วมขบวนแบน TikTok ตามสหรัฐฯด้วย ส่วนอินเดียแบนไปแล้ว ผู้อ่านท่านก็คงจะทราบว่าอินเดียกับจีนมีปัญหาเรื่องพรมแดนกันมายาวนาน ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเอเชียที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯก็กำลังพิจารณาเตรียมแบน TikTok เช่นเดียวกัน

ใครจะนึกว่าแอปพลิเคชันคลิปวิดีโอสั้นที่เราถ่ายกันเองเล่นๆ จากมือถือ แล้วก็โพสต์ไปตามโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นประเด็นให้มหาอำนาจโลกลุยกันได้ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com