เมื่อ 29 ส.ค.รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่อซีเรีย โดยมีเป้าหมายปิดกั้นเส้นทางการเงินของรัฐบาลซีเรีย และเตือนว่าจะขึ้นบัญชีดำใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด จนกว่าเขาจะยอมเจรจายุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมากว่า 9 ปีการคว่ำบาตรล่าสุดเป็นไปตาม “พระราชบัญญัติปกป้องพลเรือนซีเรียซีซาร์” ซึ่งบังคับใช้เมื่อเดือน มิ.ย. ผู้ถูกคว่ำบาตรมี 14 บุคคลและนิติบุคคล รวมทั้งนายฮาเฟซ อัล-อัสซาด ลูกชายวัย 18 ปี ของนายบาชาร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับอดีตประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด ผู้เป็นปู่ ไปจนถึงนายวาซซิม อันวาร์ อัล-คัตตาน นักธุรกิจเจ้าของโครงการก่อสร้างใหญ่ๆ ในกรุงดามัสกัส และกองพลที่ 1 แห่งกองทัพอาหรับซีเรีย ผู้ถูกคว่ำบาตรจะถูกอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ การคว่ำบาตรรอบใหม่ยิ่งทำให้ซีเรียซึ่งเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจหนักอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีกไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า ถึงเวลาแล้วที่สงครามที่โหดร้ายและไม่จำเป็นในซีเรียต้องยุติ มาตรการคว่ำบาตรมีขึ้นเพื่อการนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า การคว่ำบาตรนายฮาเฟซ ลูกชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้วคนเดียวของนายบาชาร์ มีเป้าหมายสกัดช่องทางธุรกิจการเงินของครอบครัวอัล-อัสซาด ในต่างประเทศ เพราะเขามีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในครอบครัว เป็นผู้ทำธุรกิจแทนบิดามารดาและญาติพี่น้องอื่นๆที่ถูกคว่ำบาตรก่อนหน้านี้ แม้ฮาเฟซเป็นนักคณิตศาสตร์ เคยเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติที่บราซิลและโรมาเนีย โดยปี 2560 เคยได้อันดับ 528 จากผู้เข้าแข่งขัน 615 คน ที่บราซิลก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) สั่งคว่ำบาตรอายัดทรัพย์สินของรัฐบาลซีเรีย ของนายบาชาร์และนางอัสมา ภริยา ไปจนถึงของบุคคลและบริษัทหลายร้อยแห่ง โดยห้ามส่งออกสินค้าและการลงทุนในซีเรีย รวมทั้งการถ่ายโอนเงินจากการขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ไฮโดรคาร์บอน มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดครอบคลุมหลายภาคส่วน และมีอำนาจอายัดทรัพย์สินใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับซีเรียไม่ว่ามีสัญชาติใด อีกทั้งมีเป้าหมายเล่นงานบริษัทจากรัสเซียและอิหร่านที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรียด้วยอนึ่ง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเผยว่า ในการซ้อมรบใหญ่วันสุดท้ายใกล้อ่าวเปอร์เซียเมื่อ 29 ก.ค. มีการยิงขีปนาวุธจากใต้พื้นดินลึกด้วย หลัง 1 วันก่อนมีการซ้อมระดมยิงขีปนาวุธถล่มเรือบรรทุกเครื่องบินรบจำลองของสหรัฐฯ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลก.