จากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนชาวสหรัฐฯ ตกงานเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลทรัมป์เตรียมทุ่มเงินงบประมาณอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์เยียวยาประชาชน
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวบีบีซีได้รายงานว่าบรรดาวุฒิสมาชิกพรรคริพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมเสนอแผนงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 30 ล้านล้านบาท เพื่อบรรเทาเยียวยาความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยงบประมาณหลักล้านล้านดอลลาร์นั้น คาดว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ 100,000 ล้านดอลลาร์ และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินให้ประชาชนอีกรายละ 1,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 36,000 บาท หลังจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯได้อัดฉีดเงินเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ไปแล้ว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม แผนนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯจะถูกนำมาใช้แทนที่เงินเยียวยา 18,000 บาทสำหรับชาวอเมริกันที่ว่างงาน พร้อมลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ประชาชนที่ว่างงานจะได้รับ
โดยการลดสิทธิพิเศษต่างๆ จากประชาชนที่ว่างงาน เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความกังวลว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะทำให้ประชาชนไม่อยากกลับไปทำงาน เนื่องจากการกลับไปทำงานได้รับผลประโยชน์ที่น้อยกว่าการตกงาน และหากไม่มีประชาชนทำงาน เศรษฐกิจก็จะไม่สามารถกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
...
ฝ่ายพรรคริพับลิกันเตรียมจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือกับพรรคเดโมแครตต่อไป ซึ่งนายชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนดังกล่าวว่าแผนที่ทางรัฐบาลเสนอมา "ไม่เพียงพอ" พร้อมกล่าวว่าแผนการของรัฐบาลถือว่าช้าหากเทียบกับสถานการณ์ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกัน 1 คนใน 5 ตกงาน และรายได้จากผู้ใหญ่ภายในแต่ละครัวเรือนลดลงไปกว่าครึ่ง นอกจากนี้ สถิติยังได้เปิดเผยอีกว่ามีประชาชนชาวสหรัฐฯ ตกงานไปแล้วกว่า 15 ล้านคนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยนายชูเมอร์กล่าวอีกว่าประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญวิกฤติและพวกเขามีเวลาไม่มาก
ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ ได้ทุ่มงบประมาณไปกว่า 2 ล้านล้านบาท หรือราวๆ 60 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยากิจการต่างๆ และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่าทางการอาจจะต้องทุ่มงบประมาณมากกว่านี้เพื่อเยียวยาประชาชน
ขณะนี้สหรัฐอเมริกามียอดผู้ป่วยสะสมมากกว่า 4.4 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสแล้ว 150,000 ศพ.