ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 6 แสนศพแล้ว โดยการระบาดในสหรัฐฯ ยังคงรุนแรง ขณะที่สเปนมีความเสี่ยงเกิดการระบาดรุนแรงระลอกใหม่
สำนักข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2563 ว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังคงรุนแรง โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดอยู่ที่ 14,321,366 ราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่มเป็น 602,886 ศพแล้ว มากกว่าเมื่อ 2 เดือนก่อนเกือบเท่าตัว
...
ประเทศที่การระบาดรุนแรงที่สุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม 3,715,166 ราย เสียชีวิต 140,131 ศพ โดยแนวโน้มการระบาดใน 43 จากทั้งหมด 50 รัฐ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายเขตเริ่มประสบปัญหาในการหาที่เก็บศพ
ที่เขตมาริโคปา เคาน์ตี ในรัฐแอริโซนา ต้องใช้ตู้แช่แข็ง 14 ตู้ เก็บร่างผู้เสียชีวิต 280 ศพ ส่วนที่เมืองซาน อันโตนิโอ กับเขตเบ็กซาร์ ในรัฐเทกซัส ก็ต้องใช้รถเทรลเลอร์แช่เย็น 5 คัน เพื่อเก็บร่างผู้เสียชีวิตถึง 180 ศพ
อีกด้านหนึ่งที่ประเทศสเปน มีความเสี่ยงที่ไวรัสโควิด-19 จะกลับมาระบาดรอบใหม่ หลังจากพวกเขาพบแหล่งแพร่กระจายของเชื้อ หรือ คลัสเตอร์ แห่งใหม่มากกว่า 150 จุดทั่วประเทศ
ที่เมืองบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในยุโรป ต้องกลับไปอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นถึง 3 เท่า โดยทางการแคว้นกาตาลุญญา เรียกร้องไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น, ห้ามรวมตัวกันเกิน 10 คน และปิดสถานบันเทิงต่างๆ เช่น โรงภาพยนตร์ และไนต์คลับ
ส่วนการระบาดในประเทศอื่นๆ อินเดีย ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก มีผู้ติดเชื้อทะลุ 1 ล้านรายแล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และในวันเดียวกัน บราซิล ก็มียอดผู้ติดเชื้อทะลุ 2 ล้านราย อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกเชื่อว่า กราฟการระบาดในบราซิลเริ่มทรงตัวแล้ว
...
ที่ออสเตรเลีย ทางการนครเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ออกมาตรการบังคับประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากป้องกันอื่นๆ เนื่องจากรัฐวิกตอเรียยังมีผู้ติดเชื้อคงเหลือเกือบ 3,000 ราย แม้จะล็อกดาวน์มา 10 วันแล้วก็ตาม