TikTok จากโซเชียลสตาร์ทอัพแดนมังกรสู่แอปครองใจวัยรุ่น คู่แข่งแพลตฟอร์มใหม่ บูมจนสหรัฐฯจ่อแบน
หากพูดถึง TikTok ตอนนี้ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นสมัยใหม่ ที่คุ้นชินกับแอปโซเชียลชื่อดังจากแดนมังกรนี้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นหลายๆ คนอาจมี App ตัวนี้อยู่ในมือถือสมาร์ทโฟน จนกลายเป็นแอปประจำเครื่อง ที่ต้องแวะกดเข้าไปดูหรือใช้งานอยู่ทุกวันไปเสียแล้วก็ว่าได้
ทำความรู้จัก TikTok มาจากไหน?
TikTok เป็นของบริษัท ByteDance จากประเทศจีน ที่ก่อตั้งโดย นายจาง อี่หมิง (Zhang Yiming) ในปี 2555 และได้รับการประเมินมูลค่าอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยราวกว่า 2.3 ล้านล้านบาทไทย ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในปี 2559 บริษัทแม่อย่าง ByteDance ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน ที่เป็นแหล่งแชร์คลิปสั้นๆ ชื่อว่า Douyin และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากในประเทศจีน ภายใน 1 ปี มีคนเข้าใช้มากถึง 100 ล้านคน และมีวิวคลิปมากถึง 1,000 ล้านวิวต่อวัน
...
หลังจากนั้นในปี 2560 ทาง ByteDance ก็ได้ขยาย Douyin ออกไปนอกประเทศจีน โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น TikTok และถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในประเทศต่างๆ ของเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย จนขึ้นแท่นแอปยอดนิยมที่ได้รับการดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 ในระบบ ios store ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
“เราไม่ได้แค่เลียนแบบโมเดลทางธุรกิจอื่นๆ นอกประเทศจีน แต่เรากำลังพัฒนาและขยายธุรกิจของเราไปสู่เวทีระดับโลก” Zhang Yiming ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ByteDance กล่าว
TikTok กับการตลาดแนวใหม่มัดใจวัยรุ่น
ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผลจากการล็อกดาวน์ประเทศทั่วโลก เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะสายพันธุ์ใหม่ มีผลอย่างมากต่อการเติบโตของ TikTok เนื่องจากกลยุทธ์สำคัญของ TikTok ไม่ได้อยู่ที่โฆษณาในตัวแอป แต่อยู่ที่ลักษณะของแพลตฟอร์มที่เป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ราว 15-60 วินาที โดยคลิปเหล่านี้มักจะมีเพลงประกอบและฟีลเตอร์หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์พฤติกรรมคนดู นับเป็นความแปลกใหม่ที่ได้รับคะแนนความนิยมพุ่งสูงลิ่ว ในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวเองในบ้านระหว่างการล็อกดาวน์
โดยจากการสำรวจกลุ่มที่ให้ความสนใจมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 15-35 ปี หรือช่วง Gen Y และ Gen Z ส่งผลให้ช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ของ TikTok ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับการดาวน์โหลดมากที่สุดในไตรมาสเดียว
ความสำเร็จของ TikTok ทำให้เกิดอาชีพใหม่แฝงขึ้นมา แข่งกับ YouTubers นั้นก็คือ TikTokers ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือก ที่ทำให้ผู้ใช้โพสต์คลิปที่น่าสนใจเพื่อให้คนหันมา Follow ตัวเองเยอะๆ เพื่อได้เป็นที่ยอมรับ หรือ Influencers และ เริ่มมีรายได้เข้ามา ตรงนี้จะทำให้ทาง TikTok ได้รายได้และกำไรจากรูปแบบการได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม การรับขายของ หรือ การโฆษณาผ่านทางคลิป รวมทั้งการโปรโมตร่วมกับช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ของตนเอง
วัยรุ่นชอบแต่ขัดใจรัฐบาล!
การได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลกภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นสหรัฐฯ และอินเดีย ที่มียอดดาวน์โหลดแอป TikTok มากเป็นพิเศษ มีผู้เข้าใช้มากถึง 5 แสนคนต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งความบูมแบบเปรี้ยงปร้างนี้กระทบต่อแฟลตฟอร์มชื่อดังอื่นๆ อีกมากของสหรัฐฯ จนล่าสุดทำให้รัฐบาลของทั้งฝั่ง สหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศว่าเล็งจะแบนแอปพลิเคชั่น TikTok หลังจากรัฐบาลอินเดียได้สั่งแบนไปแล้ว รวมทั้งแอปพลิเคชั่นอื่นๆจากจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย ว่าทาง TikTok จะนำฐานข้อมูลผู้ใช้ไปเปิดเผยให้กับทางรัฐบาลจีน แต่ทั้งนี้ทาง TikTok ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นแล้วว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง
มาถึงจุดนี้ คงต้องมารอลุ้นกันแล้วว่า TikTok และบริษัทแม่อย่าง ByteDance จะกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตอีกรายของจีน นอกเหนือจาก Alibaba Baidu และ Tencent ได้หรือไม่? จะครองใจคนไปทุกรุ่นเหมือนที่ Facebook ทำได้หรือเปล่า? ก็ต้องติดตามกันต่อไป.
...
ที่มา :
https://www.theverge.com/2018/11/30/18107732/bytedance-valuation-tiktok-china-startup
https://asia.nikkei.com/Business/Companies/TikTok-operator-ByteDance-passes-Uber-as-No.1-unicorn