ผลการทดลองวัคซีนต้านโควิดของบริษัท โมเดอร์นา ในเฟสที่ 1 พบว่า วัคซีนตัวนี้สร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโคโรนาในตัวผู้เข้าร่วมการทดลองทุกคน

ตามรายงานของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ผลการทดลองดังกล่าวได้รับการเผยแพรผ่านวารสาร ‘New England Journal of Medicine’ เมื่อวันอังคารที่ 14 ก.ค. 2563 แสดงให้เห็นว่า วัคซีนตัวนี้กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างได้ผล โดยมีผลข้างเคียงเล็กน้อยเช่น เหนื่อยล้า, หนาวสั่น, ปวดหัว, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดบริเวณที่รับวัคซีน

บริษัท โมเดอร์นา ซึ่งร่วมมือกับ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ ของสหรัฐฯ ในการพัฒนาวัคซีน ‘mRNA-1237’ ตัวนี้ เน้นย้ำในแถลงการณ์ที่ส่งให้กับสื่อต่างๆ ว่า หากการทดลองทุกอย่างในอนาคตเป็นไปด้วยดี ทางบริษัทจะสามารถส่งมอบวัคซีนได้ปีละกว่า 500 ล้านโดส หรืออาจมากถึง 1 พันล้านโดสในช่วงเริ่มต้นปี 2564

ขณะที่โมเดอร์นาคาดว่า พวกเขาจะสามารถเริ่มการทดลองวัคซีนในเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายเพื่อพิจารณาเรื่องการนำวัคซีนไปใช้จริง ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นการทดลองวัคซีนโควิด เฟส 3 ครั้งแรกในสหรัฐฯ

ด้าน ดร. ลิซา แจ็คสัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาวุโสจากสถาบันวิจัยสุขภาพของบริษัท ‘ไคเซอร์ เพอมาเนนเต’ ในรัฐวอชิงตัน ซึ่งมีส่วนร่วมในการทดลองเฟสที่ 1 ด้วย กล่าวว่า เป้าหมายของการทดลอง เฟส 1 คือการศึกษาเรื่องความปลอดภัยและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งการตอบสนองที่เกิดขึ้นดูดีมีอนาคตมาก แต่เราไม่แน่ใจว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เราเห็นจะเพียงพอป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ จนกว่าจะเริ่มการทดสอบประสิทธิภาพจริงๆ

...

ทั้งนี้ การทดลองวัคซีนเฟสที่ 1 คือการศึกษากับคนกลุ่มเล็กๆ และมุ่งเน้นการหาผลลัพธ์ว่า วัคซีนปลอดภัย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่ ส่วนเฟสที่ 2 คือการศึกษาทางคลินิกที่ผู้เข้าร่วมการทดลองมีลักษณะเฉพาะตัวเช่น อายุกับสภาพร่างกาย หลากหลายขึ้นและจำนวนมากขึ้น ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของวัคซีนชนิดนั้นๆ และเฟสที่ 3 คือการให้วัคซีนแก่คนจำนวนหลายพันคน และทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยอีกครั้ง ก่อนพิจารณาอนุมัตินำไปใช้จริง