ทางการรัฐวิกตอเรีย ในออสเตรเลีย ประกาศสั่งปิดเขตแดนติดรัฐนิวเซาท์เวลส์ หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันเดียว 127 อีกทั้งยังล็อกดาวน์ห้ามประชาชนกว่า 3 พันเข้าออกที่พักการเคหะในเมืองเมลเบิร์น
เมื่อ 6 ก.ค.63 ทางการรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย หวั่นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 หวนกลับมาระบาดอีก ประกาศสั่งปิดเขตแดนระหว่างรัฐวิกตอเรีย กับรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นสองรัฐที่มีประชาชนมากที่สุดในประเทศแล้ว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 วันพุธที่ 8 ก.ค.นี้ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาว่าจะปิดเขตแดนนานเพียงใด
นายเดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียได้ประกาศคำสั่งปิดเขตแดนระหว่างรัฐวิกตอเรียกับนิวเซาท์เวลส์ ในวันพุธที่จะถึงนี้ เป็นต้นไป หรือตั้งแต่เวลา 23.59 น.ของวันอังคารที่ 7 ก.ค. หลังทางการรัฐวิกตอเรียยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ถึง 127 ราย จนถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะจำนวนมากที่สุดในรัฐ นับตั้งแต่เริ่มการระบาดเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีรายงานมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ศพ ทำให้รัฐวิกตอเรีย มีผู้เสียชีวิตรวมเป็น 105 ศพแล้ว
รอยเตอร์รายงานว่า ทางการรัฐวิกตอเรียกำลังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนามรณะสูงขึ้น ในเมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนทำให้ทางการออกคำสั่งเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ในพื้นที่ 30 ชุมชน รวมทั้งยังสั่งล็อกดาวน์ ปิดอาคารการเคหะ 9 หลังในเมืองเมลเบิร์น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 โดยประกาศกักตัวผู้อยู่อาศัยในอาคารเหล่านี้กว่า 3,000 คน หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างน้อย 23 คน ที่อาศัยอยู่ในอาคารแล้ว