ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ออสเตรเลียเพิ่มงบกองทัพ 40%-ซื้อขีปนาวุธพิสัยไกล หลังมีเรื่องกับจีน

    ไทยรัฐออนไลน์2 ก.ค. 2563 01:15 น.
    SHARE

    ออสเตรเลียประกาศเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อเสริมกำลังกองทัพกว่า 40% ตลอดทศวรรษหน้า หลังจากความตึงเครียดระหว่างพวกเขากับจีนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

    สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายกรัฐมนตรี สกอต มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย ประกาศในวันพุธที่ 1 ก.ค. 2563 ว่า ประเทศจะเพิ่มงบประมาณกองทัพตลอดช่วง 10 ข้างหน้าเป็น 2.7 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 5.79 ล้านลานบาท) หรือเพิ่มจากเดิม 40% คิดเป็น 2% ของจีดีพี

    แผนงบประมาณล่าสุดถูกใช้แทนที่แผนยุทธศาสตร์ 10 ปีฉบับเก่าที่พวกเขาเพิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2559 ที่จะจัดสรรงบประมาณกองทัพ 1.95 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

    นายมอร์ริสันกล่าวว่า กองทัพจะใช้จ่ายงบประมาณส่วนใหญ่ในเรื่องการยกระดับอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยจะซื้อจรวดต่อต้านเรือรบพิสัยไกล ที่สามารถยิงได้ไกลสุดถึง 370 กม. จากกองทัพเรือสหรัฐฯ ในจำนวนไม่เกิน 200 ลูก, ลงทุนพัฒนาระบบอาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือจรวดที่เดินทางไปไกลนับพันกิโลเมตร

    นอกจากนี้ งบประมาณไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจะถูกใช้ในเรื่องอุปกรณ์ทางยุทธศาสตร์สงครามไซเบอร์ ซึ่งนายมอร์ริสันกล่าวว่า มีภัยคุกคามมาจากหลายทิศทาง

    ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับจีนเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งเริ่มขึ้นหลังจากออสเตรเลียออกมาสนับสนุนให้มีการสอบสวนการรับมือไวรัสโควิด-19 ของจีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าปกปิดข้อมูล ทำให้จีนตอบโต้ด้วยการห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์จากแดนจิงโจ้

    อย่างไรก็ตาม นายมอร์ริสันหลีกเลี่ยงที่จะเชื่อมโยงเหตุผลของการเพิ่มงบประมาณกองทัพ เข้ากับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับจีน แต่ยกตัวอย่างประเทศอื่นๆ ที่จีนมีปัญหาด้วยเช่น การขัดแย้งเรื่องชายแดนกับอินเดีย, ปัญหาพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และทะเลจีนตะวันออก รวมทั้งความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งรุนแรงขึ้นในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

    “เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับโลกยุคหลังโควิด ที่จะยากจนลง อันตรายมากขึ้น และยุ่งเหยิงมากขึ้น” นายมอร์ริสันกล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ออสเตรเลียเพิ่มงบประมาณกองทัพจีนสหรัฐขีปนาวุธพิสัยไกลสกอต มอร์ริสันโควิด-19

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้