จีน เปิดโรงเรียนหลังช่วงโควิด-19 พบเด็กเครียดมากขึ้นเพราะกลัวเรียนไม่ทันเพื่อน ทำให้ยอดฆ่าตัวตายสูงขึ้น แนะหน่วยงานด้านการศึกษาเน้นให้ความสำคัญปัญหาสุขภาพจิตใน ร.ร.

เมื่อ 11 มิ.ย.63 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างการเปิดเผยข้อมูลของนายหลี่ เกาหัว รองนายกเทศมนตรีเขตผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ ต่อนิตยสารทางการเงิน "ไคซิน" ฉบับเดือนพฤษภาคม ที่ระบุว่า เฉพาะในเขตผู่ตง มีกรณีเด็กนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นก่อเหตุฆ่าตัวตายแล้ว 14 รายในปีนี้ เป็นตัวเลขที่สูงกว่าสถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตายทั้งปี ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ด้านหนังสือพิมพ์เฮลธ์ ไทมส์ ของทางการจีนรายงานว่า ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีเด็กนักเรียนกระโดดตึกฆ่าตัวตายแล้ว 18 รายทั่วประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์และฝ่ายแนะแนว ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตของเด็กนักเรียนในช่วงเปิดโรงเรียนหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากพบว่านับตั้งแต่เปิดโรงเรียนอีกครั้งเมื่อช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา เกิดปัญหาเด็กมีความเครียดสูงขึ้น จากการที่ต้องปรับตัวจากการเรียนที่บ้านมาเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง เด็กจำนวนมากเกิดความเครียดเพราะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน 

นายหยาน อู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองจูไห่ เปิดเผยว่า เกิดกรณีเด็กฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่ใจสลาย และต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนในการส่งเสริมสุขภาพจิตในกลุ่มนักเรียน

ด้านคณะกรรมการสุขภาพมณฑลกวางตุ้ง เปิดเผยผลการสำรวจออนไลน์เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวนกว่า 1.22 ล้านราย พบว่ากว่า 10.5% มีปัญหาสุขภาพจิตโดยไม่เปิดเผยรายละเอียด.