ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯวอนตร.หยุดยิงแก๊สน้ำตา ม็อบเสี่ยงติดโควิดมากกว่าเดิม

    ไทยรัฐออนไลน์6 มิ.ย. 2563 12:33 น.
    SHARE

    จากการชุมนุมประท้วงที่ร้อนระอุในสหรัฐฯ ขณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่แพทย์ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดยิงแก๊สน้ำตา เพราะอาจจะทำให้เชื้อแพร่ระบาดเร็วขึ้น

    เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน สำนักข่าวอัลจาซีรา ได้รายงานว่านายเจย์ วาร์คีย์ (Jay Varkey) ผู้เชี่ยวชาญประจำโรคระบาดประจำมหาวิทยาลัยเอมอรี ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเพื่อเป็นสลายการชุมนุมประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้นายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่เสียชีวิตในขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม อาจจะส่งผลให้ชาวอเมริกันเสี่ยงติดโรคโควิด-19 มากกว่าเดิม

    นายวาร์คีย์ อธิบายว่า การยิงแก๊สน้ำตาหรือการฉีดสเปรย์พริกไทยจะส่งผลให้ผู้ชุมนุมขยี้ตาของตัวเอง และอาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่นำเชื้อไวรัสเข้าร่างกายได้ พร้อมทั้งกล่าวว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ชุมนุมหลายๆ คนพร้อมกันและให้ผู้ถูกจับกุมรวมตัวกันในที่แคบอาจจะส่งผลให้ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งนายวาร์คีย์กล่าวเพิ่มเติมว่าในฐานะแพทย์เขาแนะนำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาวิธีอื่นในการควบคุมการชุมนุม

    นอกจาก นายวาร์คีย์แล้ว นายปีเตอร์ ชิน-ฮอง (Peter Chin-Hong) ศาสตราจารย์ด้านยาและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดประจำมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ได้แสดงความเห็นคล้ายคลึงกัน โดยนายชิน-ฮอง กล่าวว่า การยิงแก๊สน้ำตา จะส่งผลให้ผู้ชุมนุมไอและจาม ซึ่งจากสภาพแวดล้อมการชุมนุมที่ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม อาจส่งผลให้ผู้ชุมนุมรายอื่นๆ ติดเชื้อได้ ซึ่งศาสตราจารย์คนดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดยิงแก๊สน้ำตา ทั้งนี้เมืองซีแอตเทิลได้สั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาแล้ว

    ขณะนี้ สหรัฐอเมริกามียอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมเกือบ 2 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสแล้วมากกว่า 110,000 ศพ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไวรัสโคโรนาโคโรนาไวรัสCOVID-19จอร์จ ฟลอยด์สหรัฐอเมริกา

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้