ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดฟ้าส่องโลก : ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย1 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    สหรัฐฯโจมตีประเทศต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และการค้าเสรี และนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการลงโทษประเทศนั้น ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดอยู่ภายใต้ความกดดันของตน พยายามโยนข้อหาให้ผู้นำประเทศโน้นชาตินี้อย่างซ้ำๆ ย้ำๆ จนประชาชนคนทั้งโลกมีความเชื่อว่าผู้นำหรือประเทศที่สหรัฐฯโยนข้อหาใส่นั้น มีความเลวอย่างนั้นจริงๆ

    แต่สหรัฐฯกลับเป็นประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา เรื่องสิ่งแวดล้อม ผู้อ่านท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าสหรัฐฯเป็นประเทศที่ออกจากข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมของโลก แล้วก็ประกาศว่าตัวเองจะยังคงใช้พลังงานที่มาจากฟอสซิลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือถ่านหิน

    เรื่องการค้าเสรีก็เหมือนกัน รัฐบาลสหรัฐฯไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์การการค้าโลกเรื่องการค้าเสรีและเรื่องพหุภาคี แต่สนใจที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าโดยเลือกเฉพาะเจาะจงกับประเทศที่เป็นคู่แข่งของตัวเอง สหรัฐฯในยุคทรัมป์ยังใช้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน และที่แย่ที่สุดก็คือนำความนิยมเรื่องไวท์สุพรีมาซีหรือลัทธิคลั่งผิวขาวกลับมาในสังคมอเมริกันอีกครั้ง

    ขณะที่ไปยุยงส่งเสริมให้มีการประท้วงในประเทศโน้นชาตินี้ แต่ในประเทศตัวเองดันแก้ไขไม่ได้ ไหนว่าเป็นประเทศเสรี แต่ดันสั่งตำรวจจับผู้สื่อข่าวผิวสีของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ระหว่างที่นักข่าวคนนี้กำลังรายงานข่าวสถานการณ์ความไม่สงบที่มาจากการเสียชีวิตของคนอเมริกันผิวสีที่โดนตำรวจจับที่เมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินเนโซตา

    ถ้าเป็นประเทศเสรีจริงอย่างที่อวดอ้าง กะอีแค่นักข่าวไปทำข่าว คุณถึงขนาดจับนักข่าวใส่กุญแจมือยัดใส่ขึ้นรถวิ่งออกไป การกระทำของฝ่ายรัฐของสหรัฐฯละเมิดสิทธิบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่โยนน้ำมันลงในกองไฟอยู่ตลอดเวลา ใช้ทวีตเตอร์โจมตีผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง ขาดภาวะผู้นำ ในทวีตของทรัมป์บอกว่าคนที่ประท้วงทั้งหลายเป็น thugs หรือเป็นพวกอันธพาล คำขู่ของประธานาธิบดีของประเทศที่อ้างว่าตัวเองเป็นประเทศผู้นำด้านประชาธิปไตยคือ จะส่งทหารเข้าแทรกแซง

    ทวีตเตอร์ถึงขนาดต้องตัดสินใจซ่อนทวีตของทรัมป์ เพราะนี่เป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์มที่ห้ามสนับสนุนความรุนแรง ไม่น่าเชื่อครับ ว่าประธานาธิบดีกลายเป็นผู้สนับสนุนความรุนแรงเสียเอง

    เท่าที่ติดตามการกระดิกพลิกตัวของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รัฐมนตรีกลาโหม ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ชั้นสูงมาประชุมกัน หลังจากประชุมกันไม่นาน ก็มีการยืนยันว่ารัฐมนตรีกลาโหมสั่งการไปที่ฐานทัพฟอร์ต แบรกก์ ที่อยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา และฐานทัพฟอร์ต ดรัม ในรัฐนิวยอร์ก ให้เตรียมกำลังไปที่เมืองมินนิอาโพลิสภายใน 4 ชั่วโมง ถ้าได้รับคำสั่ง

    ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดในประเทศอื่น เช่น ในอิหร่าน จีน รัสเซีย เมียนมา ฯลฯ ป่านนี้ประธานาธิบดีทรัมป์คงโผล่หน้าออกมาด่าหน้าจอโทรทัศน์ หรือทวีตด่าผู้นำประเทศเหล่านี้แล้ว แต่ความวุ่นวายขายปลาช่อนที่เกิดจากการกระพือลัทธิคลั่งผิวขาวในสหรัฐฯ ก็ไม่เห็นมีประเทศไหนออกมาโจมตีว่าผู้นำสหรัฐฯทำไม่ถูกต้อง เหมือนอย่างที่ผู้นำสหรัฐฯชอบตำหนิประเทศอื่น

    การดูหมิ่นถิ่นแคลนคนผิวสีและผู้คนเผ่าพันธุ์อื่นในปัจจุบันเกิดขึ้นในสหรัฐฯมากที่สุด ดูจากคลิปที่แพร่ขยายกระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย แค่คนชาติอื่นคุยภาษาดั้งเดิมของตัวเองบนรถสาธารณะ ก็ถูกผู้โดยสารชาวอเมริกันบางคนชี้หน้าด่าแล้ว ว่าเมื่อคุณอยู่ในสหรัฐฯ คุณต้องพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งคนที่คุยกันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคนที่ด่า แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจำ

    หลายครั้งก็มีคนเข้ามาปกป้อง แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีใครปกป้อง แถมยังเข้ามารุมทำร้ายร่างกายข้อหาเป็นคนมาจากประเทศอื่นที่ต่างเผ่าพันธุ์สีผิว

    สมัยก่อนตอนโน้น พวกคนผิวดำโดนรังแกบ่อย แต่ตอนนี้ลามมารังแกคนเอเชียผิวเหลืองแล้ว.

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    songlok1997@gmail.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยสหรัฐอเมริกาองค์กรการค้าโลกโดนัล ทรัมป์เหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้