ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สหรัฐฯ ปั่นป่วน ประท้วงตร.ทำคนผิวสีตายลามทั่วประเทศ จนท.โดนยิงดับ 1

    ไทยรัฐออนไลน์31 พ.ค. 2563 00:23 น.
    SHARE

    การประท้วงในสหรัฐฯ ซึ่งมีชนวนเหตุจากกรณีตำรวจทำคนผิวสีเสียชีวิตระหว่างจับกุม ลุกลามไปทั่วประเทศแล้ว โดยเกิดการปะทะกันหลายจุด มีเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิต 1 นายด้วย

    สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า การประท้วงแสดงความไม่พอใจที่ตำรวจเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ใช้เข่ากดคอนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีวัย 46 ปี ระหว่างจับกุมจนทำให้เขาเสียชีวิต ลุกลามบานปลายไปกว่า 30 เมืองทั่วประเทศแล้ว ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่หลายจุด

    อาคารหลังหนึ่งในเมืองมินนีแอโพลิสถูกเผา ระหว่างการประท้วงเมื่อ 29 พ.ค.

    ทั้งนี้ นายเดเรค เชาวิน วัย 44 ปี อดีตตำรวจเมืองมินนีแอโพลิส ซึ่งภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าเขาใช้เข่ากดคอของนายฟลอยด์ และอาจเป็นสาเหตุทำให้เขาเสียชีวิต ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับ 3 หรือ ฆาตกรรมโดยไม่เจตนา และจะขึ้นศาลในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่อาจบรรเทาความโกรธแค้นของกลุ่มผู้ชุมนุม

    ที่เมืองมินนีแอโพลิส ยังคงเป็นพื้นที่ที่เกิดความรุนแรงมากที่สุด จนทางการต้องประกาศเคอร์ฟิวในเมืองฝาแฝด มินนีแอโพลิส-เซนต์ พอล ห้ามคนออกจากบ้านในเวลา 20.00-06.00 น. ระหว่างวันศุกร์ถึงวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงฝ่าฝืนคำสั่งออกมาชุมนุมกันในวันศุกร์ ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์หลายคัน ซึ่งบางพื้นที่หน่วยดับเพลิงก็ไม่สามารถเข้าถึงได้

    ผู้ประท้วงในเมืองแอตแลนตา ชุมนุมหน้าสำนักงานของสำนักงานซีเอ็นเอ็น

    ภาพจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นยังแสดงให้เห็นว่า เกิดการบุกขโมยของในร้านค้าในเมืองมินนีแอโพลิส ก่อนที่ตำรวจและกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) จะถูกส่งมาควบคุมสถานการณ์ในช่วงเที่ยงคืนวันศุกร์

    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ออกแถลงการณ์ในเช้าวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาเตรียมจะเคลื่อนกำลังของกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเต็มรูปแบบ เพื่อควบคุมการประท้วงในมินนีแอโพลิสที่เขาระบุว่า “ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์อีกต่อไปแล้ว”

    ผู้ประท้วงชุมนุมหน้าทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 พ.ค.

    การชุมนุมประท้วงยังเกิดขึ้นที่หน้าทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเย็นวันศุกร์ โดยผู้ชุมนุมต่างโบกรูปภาพของนายจอร์จ ฟลอยด์ และตะโกนว่า “ผมหายใจไม่ออก” ซึ่งเป็นหนึ่งในคำพูดสุดท้ายก่อนที่นายฟลอยด์จะเสียชีวิต ทำให้หน่วยตำรวจลับต้องปิดทางเข้าออกของทำเนียบขาวชั่วคราว

    วันเดียวกันที่เมืองแอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย ทางการได้ประกาศภาวะฉุกเฉินบางพื้นที่เพื่อปกป้องประชาชนและทรัพย์สินต่างๆ หลังอาคารหลายแห่งถูกผู้ชุมนุมบุกรุกสร้างความเสียหาย รถตำรวจถูกจุดไฟเผา ส่วนที่เขตบรูกลิน ในรัฐนิวยอร์ก ผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจ จุดไฟเผาทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย และมีการจับกุมจำนวนมาก

    ผู้ประท้วงในเมืองโอ๊คแลนด์จุดไฟเผาสิ่งของระหว่างเผชิญหน้ากับตำรวจ

    ขณะที่ นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ประกาศภาวะฉุกเฉินหลังเกิดการปล้นสะดม, จุดไฟเผา และบุกโจมตีสถานที่ที่ตำรวจประจำการ และบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวตั้งแต่ 20.00-06.00 น. ที่เมืองดีทรอยต์ ตำรวจกำลังสืบสวนกรณีชายอายุ 19 ปี เสียชีวิตหลังรถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผู้ประท้วง และมีการยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน

    ที่เมืองดัลลัส ในรัฐเทกซัส, เมืองฟินิกซ์ ในรัฐแอริโซนา, เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา และเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ตำรวจตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมซึ่งขว้างปาก้อนหินโจมตีพวกเขา ขณะที่ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งสร้างเครื่องกีดขวางถนนหลายสาย

    ผู้ชุมนุมใช้นมล้างหน้า หลังถูกแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ระหว่างการประท้วงในเมืองบรูกลิน

    ส่วนที่เมืองโอ๊คแลนด์ มีประชาชนกว่า 7,500 คนออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนน สร้างความเสียหายไปทั่วเมือง ทั้งบุกรุกอาคาร, ขโมยสินค้า, จุดไฟเผา และโจมตีตำรวจ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ตำรวจหน่วยรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง (Federal Protective Service: FPS) ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันอาคารของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกยิง 2 นาย ก่อนที่ตำรวจนายหนึ่งจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ม็อบต้านตำรวจม็อบประท้วงตำรวจชายผิวสีเหยียดผิวมินนิโซตาสหรัฐ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้