โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาอวดอ้างสรรพคุณของยาคลอโรควินอีกครั้ง โดยอ้างว่าตนเองใช้ยานี้ป้องกันโควิด-19 มานานนับสัปดาห์แล้ว แม้ไม่มีการวิจัยยืนยันว่ามันใช้ได้ผลจริงก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างร่วมประชุมโต๊ะกลมกับเหล่าผู้บริหารอุตสาหกรรมร้านอาหาร ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค. 2563 ว่า ตัวเขากินยาต้านมาลาเรีย ‘ไฮดร็อกซีคลอโรควิน’ เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 มานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว

“ผมกำลังใช้มันอยู่” นายทรัมป์กล่าว “มีเรื่องดีๆ มากมาย (เกี่ยวกับยาตัวนี้) ถูกเปิดเผยออกมา คุณจะตกใจถ้ารู้ว่าคนมากมายขนาดไหนที่ใช้มัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในแนวหน้า ก่อนที่คุณจะติดโรค เจ้าหน้าที่ในแนวหน้าหลายคนมากกำลังใช้มันอยู่”

“ใช่ ตอนนี้ผมกำลังใช้มัน ยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน น่ะ ผมเริ่มใช้มันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เพราะผมคิดว่ามันดี ผมได้ยินเรื่องดีๆ ของมันมากมาย” นายทรัมป์กล่าว และย้ำด้วยว่าหากยาตัวนี้ไม่ดี เขาจะเป็นคนบอกทุกคนเอง อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์เชื่อว่าเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยานี้

“ผมไม่ป่วยเพราะใช้ยานี้หรอก มันอยู่มาราวๆ 40 ปีแล้ว ทั้งเพื่อรักษามาลาเรีย, โรคลูปัส และอื่นๆ ผมใช้มัน เจ้าหน้าที่ในแนวหน้าก็ใช้มัน หมอมากมายใช้มัน ผมก็ใช้” อนึ่ง นายทรัมป์ยังบอกอีกว่า เขาใช้ยาปฏิชีวนะ ‘อะซิโธรมัยซิน’ หรือ ‘ซี-แพ็ค’ (Z-pack) ร่วมกับยาตัวนี้ด้วย

ยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน
ยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน

...

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า เขาไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้ผลิตยา ไฮดร็อกซีคลอโรควิน แต่ที่เขายกย่องยาตัวนี้เพราะว่าเขา อยากให้ชาวสหรัฐฯ รู้สึกดี “ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกไม่สบาย และมีโอกาสดีมากๆ ที่ยาตัวนี้จะได้ผล โดยเฉพาะช่วงแรกของการติดเชื้อ คุณจะไม่ป่วยหรือตาย นี่เป็นยาที่ถูกใช้มานาน 30-40 ปีแล้ว”

ทั้งนี้ นายทรัมป์อวดอ้างสรรพคุณของยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน ว่าอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 มีการทดลองทางคลินิกมากมายเกิดขึ้น เพื่อพยายามหาว่ามันมีประสิทธิภาพในการรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่หรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันใช้รักษาได้จริง

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ ออกคำเตือนเรื่องการใช้ยาชนิดนี้ เนื่องจากมีรายงานเรื่องผลข้างเคียงที่ทำให้คนไข้โควิด-19 ที่รับยา มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ขณะที่การทดลองยาตัวนี้ในประเทศบราซิลต้องถูกระงับด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะพบผลข้างเคียงหลายอย่าง รวมทั้งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วย