มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษเผยแพร่ผลการศึกษาครั้งใหญ่สุดเกี่ยวกับเชื้อโควิด พบผู้ป่วยเพศชาย มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 สูงกว่าผู้หญิงเกือบ 2 เท่า

เมื่อ 8 พ.ค.63 เว็บไซต์เดอะ ซัน รายงานว่า ผลการศึกษาวิจัยใหม่โดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และ Londin School of Hygiene and Tropical Medicine ซึ่งถือเป็นการสำรวจครั้งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 พบความแตกต่างทางเพศต่อการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยเพศชายดูเหมือนจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดสูงกว่าเพศหญิงเกือบถึง 2 เท่า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ NHS จากจำนวนประชาชน 17.4 ล้านคน ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 25 เมษายน รวมถึงผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโควิด-19 5,707 ศพ พบว่าผู้ป่วยเพศชายดูเหมือนเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาล สูงกว่าผู้หญิงถึง 1.99 เท่า นอกจากนั้นยังพบว่าผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคนผิวสี มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่เป็นคนผิวขาว 1.7 เท่า ในขณะที่บรรดาแพทย์กำลังหาคำตอบมาอธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้

...

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษายังพบว่าประชาชนที่อาศัยในเขตชุมชนยากจน ยังเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าผู้คนที่อยู่ในถิ่นคนรวยในสหราชอาณาจักร โดยเดอะ ซัน ชี้ว่า ผลการศึกษาที่ออกมามีขึ้น ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เพิ่มขึ้นอีก 539 ศพ ในช่วง 24 ชั่วโมง ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตรวมเป็นกว่า 30,615 ศพแล้ว

ศาสตราจารย์เลียม สมีธ ซึ่งเป็นผู้นำร่วมในการวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า พวกเรากำลังมองหาสาเหตุความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด ในขณะที่ความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง ชี้ว่าผู้ป่วยที่มีภาวะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่า แต่พวกเราพบว่านี่เป็นเพียงส่วนน้อยมากๆ ของการอธิบายความเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพราะขณะที่นักวิจัยระบุว่าปัจจัยเหล่านี้มีความเสี่ยง แต่ก็อธิบายรายละเอียดน้อยมาก.