ข่าว
100 year

คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์ : เปิดพินัยกรรม “คิม จอง อึน”

มิสแซฟไฟร์2 พ.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

ในขณะที่ชีวิตของ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ “คิม จอง อึน” ยังเป็นตายเท่ากัน บ้างก็ลือว่าเสียชีวิตไปแล้ว บ้างก็ลือว่านอนเป็นผัก หลังผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ บ้างก็ลือว่าหายตัวลึกลับกว่า 2 อาทิตย์ เพราะซุ่มทำการใหญ่เซอร์ไพรส์ชาวโลก แถมยังเก็งกันใหญ่โตว่าใครจะขึ้นเป็นผู้นำแทน ไหนๆก็เลยเถิดกันมาขนาดนี้ ขอเปิดดูพินัยกรรม “คิม จอง อึน” เลยแล้วกัน ถ้าตายจริง ผู้นำบ้าระห่ำคนนี้จะทิ้งทรัพย์สินมรดกไว้ให้ลูกหลานก้อนมหึมาขนาดไหน

จากการเจาะลึกร่วมกันของหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้และอเมริกา เมื่อปี 2013 พบว่า “คิม จอง อึน” มีทรัพย์สินและเงินฝากธนาคารรวมกันอยู่ถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกระจายซุกอยู่ในธนาคารกว่า 200 แห่งทั่วโลก ทั้งในสวิตเซอร์แลนด์, จีน, รัสเซีย, ออสเตรีย, ลิกเทนสไตน์, ลักเซมเบิร์ก และสิงคโปร์ โดยพอร์ตใหญ่สุดอยู่ในประเทศจีน เขายังมีสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ และเป็นเจ้าของเกาะส่วนตัวนอกชายฝั่งเกาหลีเหนือ ซึ่งมักจะเปิดต้อนรับแขกวีไอพี หนึ่งในนั้นคือ “เดนนิส ร็อดแมน” นักบาสเอ็นบีเอคนโปรดที่ไปมาหาสู่ประจำ

ในบัญชีทรัพย์สินของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยังมีวัง, แมนชั่นหรู, สกีรีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศหรูมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสรรพด้วยของสะสมสำหรับเศรษฐี เช่น รถสปอร์ตและรถหรูมากกว่า 100 คัน, เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว, เรือยอชต์ลำใหญ่ และขบวนรถไฟพิเศษส่วนตัว ที่มีสาวๆเวอร์จิ้นโขยงใหญ่คอยปรนนิบัติตลอดทาง โดย “ขบวนรถไฟส่วนตัว” เป็นเบาะแสสุดท้ายที่ภาพถ่ายดาวเทียมของสหรัฐฯจับได้ว่า ไปจอดอยู่ที่สถานีท่านผู้นำ ในเมืองวอนซาน เมื่อวันที่ 21-23 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้คาดว่า ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนืออาจเดินทางไปกับขบวนรถไฟพิเศษนี้ เพื่อพักฟื้นจากการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ หรือไม่ก็กักตัวหนีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่า “คิม จอง อึน” เสียชีวิตแล้ว โดยมีสภาพเป็นผัก หลังเข้ารับการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะเกิดอาการเจ็บหน้าอกและล้มลงกับพื้น โดยหลายปีมานี้เขาประสบปัญหาสุขภาพเช่นเดียวกับปู่และบิดา เนื่องจากดื่มเหล้าหนัก, สูบบุหรี่จัด และน้ำหนักมาก ตระกูลคิมทั้งสามรุ่นล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

พูดถึงความรวยของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ตามรายงานผู้แปรพักตร์หลายรายระบุว่า ความมั่งคั่งส่วนใหญ่มีแหล่งที่มาจากการฟอกเงิน, การค้าอาวุธผิดกฎหมาย, ค้ายาเสพติด และพิมพ์แบงก์ปลอม โดยผ่านความเคลื่อนไหวขององค์กรลับชื่อ “Office 39” ซึ่ง “คิม จอง อิล” ผู้พ่อ ได้ก่อตั้งไว้ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 นอกจากธุรกิจมืดแล้ว องค์กรลับยังทำธุรกิจถูกกฎหมายบังหน้าด้วย โดยอยู่ภายใต้กลุ่ม “แดซอง กรุ๊ป” การค้าขายหลักคือขุดทองจากเหมืองและแม่น้ำในเกาหลีเหนือ ลำเลียงขึ้นเครื่องบินเจ็ตไปขายให้จีนและเวียดนาม ปีๆหนึ่งขุดได้ทองเป็น 10 ตัน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “Office 39” จะถูกนานาชาติจับตามอง โดยองค์การสหประชาชาติประเมินไว้ในปี 2007 ว่า องค์กรลับแห่งนี้สร้างรายได้จากการค้าผิดกฎหมายปีละ 500-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯคาดว่า น่าจะทำเงินได้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของ “คิม จอง อึน” ประชาชนเกาหลีเหนือยังมีความเป็นอยู่ล้าหลังมาก ชีวิตเต็มไปด้วยความอดอยากแร้นแค้นสิ้นหวัง สิทธิเสรีภาพถูกจำกัดโดยรัฐบาล มีคนเกาหลีเหนือมากกว่า 100,000 คน ถูกเกณฑ์ไปเป็นกรรมกรแคมป์ก่อสร้าง ขณะที่ 37% ของประชากรเป็นชาวนา ต้องจับจอบเสียมปลูกผักปลูกข้าว จูงควายไถนา หาเลี้ยงปากท้องคนทั้งประเทศ มาตั้งแต่ปี 2009 เมื่อเกาหลีเหนือยุติการรับความช่วยเหลือด้านอาหารจากโลกภายนอก โดยรัฐจะเป็นคนควบคุมนโยบายการผลิตทุกอย่าง และเป็นผู้แจกจ่ายผลผลิตให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ใครทำผิดคิดทรยศต่อชาติจะโดนโทษสถานหนักคือยิงเป้าทิ้ง ไม่เว้นแม้แต่เครือญาติสนิท ก็โดนสั่งเก็บมาแล้วนับไม่ถ้วน.

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คิม จอง อึนคนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์มิสแซฟไฟร์เสียชีวิตพินัยกรรมบัญชีทรัพย์สินข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้