ข่าว
100 year

สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ยืนยัน เชื้อโควิดไม่ได้เกิดจากมนุษย์สร้าง

ไทยรัฐออนไลน์1 พ.ค. 2563 12:02 น.
SHARE

สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ยืนยัน เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบในจีนไม่ได้เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น หรือการตัดต่อพันธุกรรมแต่อย่างใด

1 พ.ค. 63 สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์โต้แย้งต่อทฤษฎีสมคบคิดที่ถูกเผยแพร่โดยกลุ่มต่อต้านจีน รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน เพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ แต่เกิดข้อผิดพลาดจนทำให้เชื้อหลุดออกมาจากห้องแล็บ จนเกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยอ้างถึงข้อมูลที่องค์การอนามัยโลกเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมาว่า มีหลักฐานระบุชัดเจนว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีจุดเริ่มต้นจากสัตว์ในจีนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และไม่ได้มีนำไปตัดแต่งพันธุกรรมหรือสร้างขึ้นในห้องทดลองวิทยาศาสตร์แน่นอน

กลุ่มหน่วยสืบราชการลับของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ยังเห็นพ้องกับผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ของอีกหลายประเทศ ที่ยืนยันว่าโควิด-19 ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์สร้างขึ้น หรือมีการตัดแต่งพันธุกรรมใดๆ โดยนับจากนี้ไปทางหน่วยสืบราชการลับจะเร่งตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้เกิดจากสัตว์ หรือมาจากอุบัติเหตุในห้องแล็บอู่ฮั่นตามที่ถูกกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานข่าวกรองมองว่า อาจมีความเป็นไปได้สองทางคือ เชื้อไวรัสเกิดขึ้นตามธรรมชาติและแพร่กระจายไปในตลาดค้าเนื้ออู่ฮั่น หรือเชื้อไวรัสอาจจะหลุดออกมาจากห้องแล็บที่ใช้เพื่อวิจัยมนุษย์ของรัฐบาลอู่ฮั่นโดยไม่ตั้งใจ จนกลายเป็นเชื้อไวรัสมรณะคร่าชีวิตคน จนทำให้ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงถึงกว่า 3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 230,000 ศพแล้ว

ขณะที่ล่าสุด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังแถลงแสดงความมั่นใจว่าเชื้อโคโรนาไวรัสต้องมีจุดกำเนิดมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในจีนแน่นอน แต่ก็ไม่ได้นำหลักฐานใดๆ มายืนยันคำกล่าวหาดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวโทษจีนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาดไปทั่วโลก พร้อมอ้างว่าทางการกรุงปักกิ่ง ต้องการทำทุกทางเพื่อให้เขาแพ้การเลือกตั้งรอบสองในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรน่าCOVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ทรัมป์WHO

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้