ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดข่าวลือมากมายเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของนาย คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งประเทศเกาหลีเหนือ บ้างก็ว่า ป่วยหนัก, นอนเป็นผัก หรือถึงขั้นเสียชีวิต จนเริ่มเกิดการตั้งคำถามว่า ใครจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจของผู้นำวัย 36 ปีรายนี้
เกาหลีเหนือไม่เคยประกาศตัวผู้สืบทอดนายคิม กรณีที่เกิดอะไรขึ้นกับเขา และแทบไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับลูกๆ ของเขาออกมา ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า น้องสาวของเขาและกลุ่มผู้ภักดีจะก่อตั้งคณะผู้สำเร็จราชการขึ้นมาปกครองประเทศ จนกว่า ทายาทตระกูลคิม จะโตพอที่จะรับช่วงบริหารประเทศ
ต่อไปนี้จะเป็นชื่อของบุคคลสำคัญในกลุ่มผู้นำเกาหลีเหนือ และบทบาทที่พวกเขาอาจได้รับในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ
*คิม โย-จอง
คิม โย-จอง น้องสาววัย 31 ปี ของคิม จอง-อึน ผู้ปรากฏตัวเคียงข้างพี่ชายบ่อยที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเพิ่งได้รับตำแหน่งรองผู้อำนวยการ คณะกรรมาธิการกลาง โปลิตบูโร อันทรงอิทธิพลของพรรคแรงงาน นอกจากนี้เธอยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของผู้นำคิมโดยพฤตินัยอีกด้วย
...
นาย โช ฮัน-บอม จากสถาบันเพื่อการรวมชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล กล่าวว่า คิม โย-จอง กุมอำนาจภายในพรรคแรงงานได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้เธอกลายเป็นขุมอำนาจหลักเบื้องหลังกลุ่มผู้นำประเทศหลังหมดยุคนายคิมแล้ว
“คิม โย-จอง จะเป็นฐานอำนาจหลัก ซึ่งควบคุมองค์กรต่างๆ, ฝ่ายให้คำปรึกษา, ตุลาการ และฝ่ายความมั่นคงสาธารณะไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง” นายโช กล่าว
*ผู้อาวุโสแห่งพรรคแรงงาน
หนึ่งในผู้อาวุโสแห่งพรรคแรงงานคือ นาย โช รยอง-แฮ ผู้ทำงานเพื่อตระกูลคิมมานานหลายทศวรรษ และได้เป็นผู้นำประเทศแต่ในนามเมื่อปีก่อน เมื่อเขาถูกแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการบริหารแห่งสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ หลังเป็นหัวหน้าฝ่ายกองทัพผู้มีอิทธิพลทางการเมืองภายใต้คิม จอง-อึน มาก่อน
นอกจากนี้ยังมีนาย พัค พง-จู สมาชิกคณะกรรมาธิการกลาง โปลิตบูโร ของพรรคแรงงาน อดีตรัฐมนตรีผู้ผลักดันให้เกาหลีเหนือเปิดตลาดเสรีมากกว่านี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนายพัค และนายโช อาจกลายเป็นหัวหอกของคณะผู้บริหารประเทศ ที่จะขึ้นมากุมอำนาจแทนนายคิม
ส่วนนาย คิม ยอง-ชอล รองประธานพรรคแรงงาน และอดีตทูตผู้เจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และนาย รี ซอน-กวอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ อาจทำหน้าที่รับมือปัญหาทางการทูต รวมทั้งการเจรจาเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่หยุดชะงักไปตั้งแต่ปีก่อนด้วย
*พี่น้องหรือญาติตระกูลคิม
ตามการเปิดเผยของนาย แท ยอง-โฮ อดีตรองหัวหน้าทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงลอนดอน ที่แปรพักตร์ไปเข้ากับเกาหลีใต้ คิม จอง-อึน มีพี่ชายชื่อว่า คิม จอง-ชอล ซึ่งไม่มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ แต่ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ด้วยการเป็นนักดนตรี และเชื่อว่าเขาไม่ชอบการเป็นจุดสนใจจึงไม่น่าที่จะออกมารับบทบาทใหญ่โต แต่นักวิเคราะห์บางคนระบุว่า ที่ผ่านมาเขารักษาความสัมพันธ์กับพี่น้องคนอื่นๆ เอาไว้ และอาจยอมออกมาเคลื่อนไหวหากจำเป็น
...
ขณะที่นาง คิม คยอง-ฮี น้องสาวของคิม จอง-อิล ผู้นำคนก่อนของเกาหลีเหนือ ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้มีอิทธิพลในกลุ่มผู้นำรัฐบาลเปียงยาง ก่อนจะหายจากหน้าสื่อไปหลายปีหลังสามีคือ นาย จาง ซอง-แท็ก อดีตผู้มีอำนาจอันดับ 2 ของเกาหลีเหนือ ถูกคิม จอง-อึน สั่งประหารชีวิตเมื่อปี 2556 โดยเธอเพิ่งกลับมาปรากฏตัวในปีนี้ และร่วมงานเคียงข้างหลานๆ บ่งชี้ว่า พวกเขาอาจคืนดีกัน และนางคิม อาจกลับมามีบทบาทในรัฐบาลอีกครั้ง
*ทายาทรุ่นที่ 4
เชื่อกันว่า คิม จอง-อึน มีลูกกับภริยาคือ นาง รี ซอล-จู จำนวน 3 คน โดยคนเล็กสุดเกิดเมื่อปี 2560 ขณะที่บุตรชายคนโตตอนนี้มีอายุราว 10 ปี หมายความว่า หากจะให้ทายาทของนายคิม ขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นที่ 4 ของตระกูลคิม พวกเขาต้องได้รับความช่วยเหลือจากญาติ หรือบุคคลสำคัญทางการเมือง
...
ในอดีต คิม จอง-อิล ผู้นำรุ่นที่ 2 ได้รับการฟูมฟักนานถึง 20 ปีกว่าจะได้ก้าวมาเป็นผู้นำประเทศ ขณะที่คิม จอง-อึน มีเวลาเพียง 1 ปีกว่าเท่านั้น เนื่องจากบิดาของเขาเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการหัวใจวาย
นายโก มยอง-ฮยอน นักวิจัยของสถาบันอาเซียนเพื่อศึกษานโยบาย ในกรุงโซล คาดว่า คิม โย-จอง ไม่น่าจะรับตำแหน่งผู้นำประเทศต่อจากพี่ชาย แต่อาจทำหน้าที่ช่วยสร้างรัฐบาลรักษาการในฐานะผู้กุมอำนาจในพรรคแรงงาน จนกว่าลูกๆ ของนายคิมจะโตเป็นผู้ใหญ่ และเธออาจกลับมาช่วยหลาน ปกครองประเทศไปอีกสักระยะด้วย
ที่มา: Reuters