ประธานาธิบดีบราซิลเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ โดยไม่สวมหน้ากากหรือเครื่องป้องกันใดๆ และไอขณะกล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี ชาอีร์ บอลโซนาโร แห่งบราซิล ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาออกไปร่วมการชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเขาประณามว่าเป็นมาตรการ ‘เผด็จการ’

นายบอลโซนาโร กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุนที่หน้าสำนักงานใหญ่กองทัพในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันอาทิตย์ (20 เม.ย.) โดยชื่นชมผู้ประท้วงว่าเป็น ผู้รักชาติ ที่ป้องกันเสรีภาพส่วนบุคคลของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สื่อบราซิลต้องข้อสังเกตว่า ในระหว่างการชุมนุม ประธานาธิบดีบอลโซนาโร ไม่ได้สวมหน้ากากป้องกัน แม้เขาจะไอเป็นครั้งคราว และไม่สวมถุงมือ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วย โดยนายบอลโซนาโรเคยปฏิเสธความรุนแรงของไวรัสมรณะตัวนี้ โดยระบุว่า แรงกว่าไข้หวัดนิดหน่อยเท่านั้น

...

ในการประท้วงดังกล่าว นอกจากจะมีผู้ชุมนุมถือป้ายต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์แล้ว ยังมีผู้ถือป้ายเรียกร้องให้ปิดสภาคองเกรสและศาลสูงสุด รวมทั้งต้องการให้กองทัพเข้ามารับช่วงต่อรับมือวิกฤติโควิด-19 ด้วย อนึ่ง บราซิลเคยอยู่ใต้การปกครองของทหารมานานกว่า 2 ทศวรรษจนถึงปี 2528 และที่ผ่านมาเคยเกิดการเรียกร้องให้เพิ่มอำนาจแก่ทหารมาแล้วหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายบอลโซนาโรยืนยันกับสื่อในวันจันทร์ว่า โดยส่วนตัวเขาไม่ได้เรียกร้องให้ปิดหน่วยงานดังกล่าว พร้อมย้ำว่า บราซิลเป็นประชาธิปไตย ศาลสูงสุดกับสภาคองเกรสก็เปิดกว้างและโปร่งใส

ด้าน นายโรดริโก ไมอา ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งบราซิล ทวีตข้อความโจมตีประธานาธิบดีบราซิลว่า “ทั่วทั้งโลกสามัคคีกันต่อสู้กับไวรัสโคโรนา แต่ในบราซิล เราต้องต่อสู้กับไวรัสโคโรนาและไวรัสลัทธิอำนาจนิยม ในนามของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ที่ปกป้องเผด็จการ”

ทั้งนี้ บราซิลรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศแล้ว 40,581 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง 2,575 ศพ