Credit : IVPP
ที่ราบสูงทิเบตนั้นมีความสูงจนดูเหมือนจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่สัตว์จะบุกรุกเข้ามา เพราะระดับออกซิเจนต่ำ ได้รับความรุนแรงจากดวงอาทิตย์ แต่ไม่นานมานี้ มีการศึกษาซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลโครงกระดูกนกโบราณ ที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมของที่ราบสูงอันแห้งแล้งและภูเขาในทิเบตเมื่อ หลายล้านปีที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว
นักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล แห่งสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (Institute of Vertebrate Paleontology and Paleoanthropology-IVPP) ได้ค้นพบญาติของนกพิราบอย่างนกแซนด์เกร๊าส์ (Sandgrouse) สายพันธุ์ใหม่ชื่อว่า Linxiavis inaquosus ในหินอายุ 6-9 ล้านปีที่มณฑลกานซู ทางตะวันตกของจีน ซากฟอสซิลโครงกระดูกนกตัวนี้ไม่ได้สมบูรณ์ครบ นอกจากส่วนหัวที่หายไป ที่เหลืออยู่ก็คือไหล่, ปีก, กระดูกจากทั้งสองปีก, กระดูกสันหลังและส่วนหนึ่งของขา แต่นกชนิดดังกล่าวสามารถอธิบายถึงความแห้งแล้งในถิ่นที่อยู่อาศัยของมันใกล้กับที่ราบสูงทิเบต
นกแซนด์เกร๊าส์เป็นกลุ่มนกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ความสัมพันธ์ระหว่างนกแซนด์เกร๊าส์ และสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง ช่วยให้นักวิจัยระบุได้ว่าพื้นที่ถัดจากที่ราบสูงทิเบตนั้นแห้งแล้งในปลายสมัยไมโอซีน (Miocene) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นก Linxiavis inaquosus อาศัยอยู่นั่นเอง.