นักวิจัยในเบลเยียม เชื่อรหัสพันธุกรรมของประชาชนในบางประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยกว่าประเทศอื่น
10 เมษายน 2563 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียมรายงาน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกนต์ (UGent) ในประเทศเบลเยียมเชื่อว่า ความแตกต่างทางพันธุกรรมของประชากรในแต่ละประเทศ ทำให้สามารถอธิบายว่า ทำไมโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19 ถึงทำให้มีคนเสียชีวิตในบางประเทศมากกว่าประเทศอื่น โดยสิ่งนี้ช่วยอธิบายว่า ทำไมประเทศสแกนดิเนเวียหรือประเทศในยุโรปตะวันออกจึงดูเหมือนจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก
ขณะที่ทั้งโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ประเทศสแกนดิเนเวียมีจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก และในประเทศบอลข่านจำนวนผู้เสียชีวิตยังค่อนข้างต่ำอีกด้วย ในทางตรงกันข้ามเชื้อไวรัส Covid-19 กลับส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากทางภาคเหนือของอิตาลี สเปน และรัฐนิวยอร์กในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งบางพื้นที่ของประเทศเบลเยียมที่ได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่อื่นอีกด้วย
ความเชื่อมโยงระหว่างยีนและการพัฒนาของเชื้อไวรัส Covid-19 สามารถพิจารณาได้จากลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่าง พวกเขาพบการเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างยีน (ACE1) และการพัฒนาของเชื้อไวรัส Covid-19
จากผลการวิจัยพบว่า ผู้คนจำนวนมากที่มีโพลีมอร์ฟิสซึม ดี (polymorphism D) หรือความหลากหลายที่เป็นความแตกต่างทางพันธุกรรมในลำดับของยีนของแต่ละคน ยิ่งมีความแตกต่างกันมาก ก็ยิ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตน้อยลงในประเทศเหล่านี้ ศาสตราจารย์โยริส เดอร์ลังเกอ อธิบายว่า “ยิ่งไปทางยุโรปตะวันออก ซึ่งประชากรจำนวนมากมีโพลีมอร์ฟิสซึม ดี (polymorphism D) ของยีน ACE1 เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่ทั่วไป และจะสังเกตเห็นว่า ความรุนแรงของโรคระบาด Covid-19 มีความรุนแรงลดลง เมื่อเราเคลื่อนย้ายจากยุโรปตะวันตกไปยังยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก"
...
เมื่อพิจารณาถึงความแตกต่างของการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในแต่ละประเทศที่มากถึง 41% สามารถอธิบายได้ด้วยจำนวนโพลีมอร์ฟิสซึม ดี (polymorphism D) หรือความหลากหลายที่เป็นความแตกต่างทางพันธุกรรมในลำดับของยีนของแต่ละคนว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบข้อมูลในฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโพลีมอร์ฟิสซึม ดี (polymorphism D) หรือความหลากหลายที่เป็นความแตกต่างทางพันธุกรรมในลำดับของยีนของแต่ละคนที่มีมากในหมู่ประชากร 25 ประเทศในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้กับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เกี่ยวกับจำนวนการติดเชื้อและการเสียชีวิตในประเทศเหล่านี้ ทำให้พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนของยีนนี้กับยีน ACE1