ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดฟ้าส่องโลก : ยามดีเรียกใช้ ยามไข้ไม่รักษา

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย10 เม.ย. 2563 05:02 น.
    SHARE

    ตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนแล้ว ที่ผมมองว่าทรัมป์เป็นคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก เที่ยวข่มขู่ผู้คนโดยเอาตลาดและกฎหมายภายในของสหรัฐฯเป็นเครื่องมือ ทรัมป์ผลักมิตรที่คบค้าสมาคมกับสหรัฐฯมาเป็นร้อยปีให้ห่างออกไป ใครจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ตามทัศนะผมที่ตามการระหว่างประเทศมานาน ผมว่าทรัมป์สอบตกเรื่อง “ใจ”

    อังคาร 7 เมษายน 2563 ทรัมป์เขียนบนทวิตเตอร์ด่าองค์การอนามัยโลก “องค์การอนามัยโลกเป็นผู้กระจายมัน (เชื้อโควิด-19)” “เป็นองค์กรที่ได้รับการอุดหนุนเงินส่วนใหญ่จากสหรัฐฯ แต่ดันเอาจีนเป็นศูนย์กลาง เคราะห์ดีที่ผมปฏิเสธคำแนะนำของพวกเขา (ผู้บริหารองค์การอนามัยโลก) ว่าให้เปิดพรมแดนต้อนรับจีน ทำไมพวกเขาจึงให้คำแนะนำที่ผิดพลาดแก่พวกเรา”

    แต่ถ้าใครย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ของทรัมป์ที่สำนักข่าวต่างๆ นำมาแพร่ขยายกระจายให้รู้กันทั่วไป จะเห็นว่าทรัมป์เป็นคนประมาท ไม่มุ่งมั่นป้องกันไวรัสนี้เสียแต่แรก และก็คงจะคิดว่าเชื้อโควิด-19 จะไม่กระจายมายังยุโรปและสหรัฐฯได้ไวขนาดนี้ พอคนอเมริกันตายมากและโดนผู้คนรุมด่าเยอะขึ้น ทรัมป์ก็โยนความผิดให้ประเทศอื่น และด่ากราดองค์กรต่างๆ นิสัยอย่างนี้ไม่ใช่สุภาพบุรุษ ไม่เคยมีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนนิสัยแย่ขนาดนี้

    ประธานาธิบดีของสหรัฐฯส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากวุฒิสมาชิกและผู้ว่าการรัฐ ท่านเหล่านี้จะเคยผ่านงานการเมืองและ “การบริหารรัฐกิจ” มาก่อน จึงเข้าใจปัญหาของประชาชน ส่วนทรัมป์เป็นลูกเศรษฐีมีเงิน เคยผ่านแต่ “การบริหารธุรกิจ” ที่ยึดถือกำไรของบริษัทเป็นหลัก พื้นฐานจิตใจของทรัมป์จึงต่างจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯคนก่อนๆ

    อินเดียเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีประชากรมากกว่า 1.3 พันล้านคน นายกรัฐมนตรีอินเดียรู้ดีว่า รัฐบาลของตนต้องเตรียมยาไว้สู้โรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 นายกฯโมดีจึงจำกัดการส่งออกยารักษาโรค+สารตั้งต้นสำหรับผลิตยา+เวชภัณฑ์ รวมทั้งหมด 24 รายการ และตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว นายกฯโมดีจำกัดการส่งออกชุดตรวจหาเชื้อไวรัส เครื่องช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ป้องกันเชื้อสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

    เสาร์ 4 เมษายน 2563 รัฐบาลแถลงถึงความจำเป็นภายในของอินเดียในการระงับการส่งออกยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งจากการศึกษาในขอบเขตขนาดเล็กในฝรั่งเศสและจีน มีแนวโน้มว่ายานี้สามารถรักษาโรคโควิด-19 ได้

    จันทร์ 6 เมษายน 2563 ทรัมป์อวดสื่อมวลชนอเมริกันว่า แกได้กดดันนายกฯโมดีให้เร่งส่งออกยา โดยบอกเป็นนัยว่า ถ้าไม่ส่งออก อินเดียอาจจะเจอผลสะท้อนกลับ “ไม่ยอมปล่อยยาก็ไม่เป็นไร แต่แน่นอนว่า บางทีอาจจะมีการแก้แค้น”

    อังคาร 7 เมษายน 2563 กระทรวงการต่างประเทศอินเดียละล่ำละลักออกประกาศว่า อินเดียยอมออกใบอนุญาตส่งออกยาแล้ว “ในปริมาณที่เหมาะสมแก่ประเทศที่พึ่งพาศักยภาพของเรา” เป็นไปได้ว่า ยาจะถูกส่งไปสหรัฐฯตามแรงกดดันของทรัมป์

    ผมมีคำถามกลับครับ “แล้วคนอินเดียล่ะ?”

    ทรัมป์บอกให้ 3M และบริษัทในเครือหยุดส่งออกหน้ากากอนามัย N95 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งหยุดส่งไปแคนาดาด้วย เรื่องนี้ทำให้นายกฯทรูโดโวยสหรัฐฯอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนหลังก็บอกว่าจะไม่โต้ตอบการตัดสินใจของทรัมป์แล้ว และวันจันทร์ที่ผ่านมานี่เองครับ ทรูโดให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลแคนาดาเตรียมรับหน้ากากอนามัยหลายล้านชิ้นที่ส่งมาจากจีน

    พฤติกรรมของทรัมป์ตรงกับคำกล่าว “ยามดีเรียกใช้ ยามไข้ไม่รักษา” เมื่อ 1 ธันวาคม 2561 ทรัมป์ขอให้นายกฯทรูโดจับนางเมิ่ง ว่านโจว หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเงินและบุตรสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย โดยโยนข้อหาว่านางเมิ่งละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ด้วยการไปทำธุรกิจกับอิหร่าน

    นายกฯทรูโดจับนางเมิ่งให้สหรัฐฯ ซึ่งตอนนั้นจีนประท้วงน่าดู

    หลังวิกฤติโควิด-19 ผมสงสัยว่าทรูโดยังจะมีใจใกล้ชิดทรัมป์เหมือนเดิม หรืออาจจะแขยงแขงขนทรัมป์ จนแทบไม่อยากคบค้าสมาคมไปเลย.

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    songlok1997@gmail.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยโควิด-19COVID-19โดนัลด์ ทรัมป์สหรัฐอเมริกาข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้