ข่าว
100 year

เปิดฟ้าส่องโลก : ปัญหาฝุ่นควันต้องแก้ให้ได้

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย6 เม.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

ใครที่อยู่ในเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยที่อยู่บริเวณถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ต้องทนกับกลิ่นควัน มีการจุดไฟเผาหญ้าเกือบทุกวัน บางวันทนไม่ไหว ต้องออกไปดู พบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยควบคุมการดับเพลิงไม่ให้ลามไปติดบ้านเรือนผู้คน เจ้าหน้าที่ก็มีน้อย ไม่เพียงพอต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย มีกำลังไม่พอที่จะไปติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำซาก ขณะที่กำลังเขียนคอลัมน์วันนี้ ผมวัดค่า PM 2.5 ในบ้านได้สูงถึง 342 มคก./ลบ.ม.

สถานที่ที่ผมกำลังเล่ารับใช้ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ไม่ใช่ชนบทห่างไกลจากพระนครที่ไหนเลย ทว่าเป็นพื้นที่ในเมืองหลวงนี่เองครับ

แม้แต่จังหวัดหัวเมืองก็มีปัญหา ศุกร์ที่ผ่านมา ดาวเทียมเวียร์ตรวจพบจุดความร้อนมากถึง 571 จุดในจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันเข้าไปดับไฟที่ลุกไหม้อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เฉพาะแค่เชียงใหม่จังหวัดเดียว เจอปัญหาฝุ่นควันระดับชาติเรื้อรังต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี จนค่าดัชนีคุณภาพอากาศของเชียงใหม่เคยพุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก จนมีการขนานนามว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกไปแล้ว

ท่านผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่า เชียงใหม่ในอดีตสมัยที่ท่านเคยไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เป็นเมืองที่มีอากาศดีมาก ใครๆก็อยากไปอยู่เชียงใหม่เพราะเรื่องคุณภาพอากาศ

สมัยก่อนตอนที่พ่อผมอยู่ออสเตรเลียเมื่อ พ.ศ.2521 สมัยนั้นยังไม่มีไฟป่ามาก ออสเตรเลียเป็นประเทศในฝันของผู้คนจากทวีปเอเชีย ทว่าปัจจุบันทุกวันนี้ ออสเตรเลียกลับเป็นประเทศที่มีภาพลบในเรื่องการเกิดไฟป่าครั้งแล้วครั้งเล่าในมากมายหลายจุดของประเทศ เกิดแต่ละครั้งกินเวลานานหลายเดือน อย่างเช่นไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กันยายน–ธันวาคม 2562 กินบริเวณกว้างขวางใหญ่โตถึง 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร มีคนตายไปเพราะไฟป่า 23 คน สูญหาย 6 คน บ้านเรือนผู้คนมากกว่า 1.5 พันหลังถูกไฟไหม้

มหาวิทยาลัยซิดนีย์ประเมินว่ามีสัตว์ป่ามากกว่า 480 ล้านตัว ได้รับผลกระทบจากไฟป่าครั้งนี้ครั้งเดียว ผู้คนทั้งโลกได้เห็นภาพไฟป่า ภาพสัตว์ถูกไฟคลอกตาย ภาพการช่วยเหลือสัตว์ ฯลฯ บางภาพกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความสงสาร ภาพต่างๆอย่างนั้นทำให้ภาพลักษณ์ของออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศน่าอยู่เมื่อ 40-50 ปีที่แล้วหายไป กลายเป็นประเทศที่น่ากลัวแทน

นอกจากกระทบกับระบบนิเวศแล้ว ไฟป่ายังกระทบกับสุขภาพของผู้คน หลายครั้งก็กระทบกับภาพลักษณ์ของสินค้าที่ผลิตในประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างสาธารณรัฐอินโดนีเซียที่มีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อนำมาปลูกปาล์มน้ำมัน ไม่ใช่ทำลายป่าแล้วเผาแค่พันสองพันไร่ แต่เป็นแสนไร่ต่อปี จนทำให้เดี๋ยวนี้มีหลายประเทศที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซีย ในการประชุมนานาชาติแต่ละครั้ง อินโดนีเซียสูญเสียความชอบธรรมไปเยอะ เพราะถูกประเทศต่างๆตำหนิติเตียนเรื่องปล่อยให้มีไฟป่าและมีหมอกควันลอยไปทำลายสุขภาพผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และภาคใต้ของไทย

หลังจากวิกฤติโควิด-19 ผู้คนบนโลกจะเปลี่ยนวิถีชีวิตและวิธีคิดไปมาก ทุนนิยมจะสำคัญน้อยลง ผู้คนจะสนใจในปัญหาสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตมากขึ้น การเดินทางท่องเที่ยวของมนุษย์จะกระทำเฉพาะในประเทศที่มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน และด้านสุขอนามัย

กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศ ทำเนียบรัฐบาลก็อยู่ในกรุงเทพฯ ถ้าแก้ไขปัญหาการเผาหญ้าในนาในกรุงเทพฯไม่ได้ ก็อย่าคิดว่าจะไปแก้ไขที่อื่นๆได้เลย กลิ่นที่ลอยเข้ามาปะทะจมูก ไม่ใช่กลิ่นเผาหญ้า เผาฟางอย่างเดียว ยังมีกลิ่นเผาขยะ ซึ่งแน่นอนว่ามีกลิ่นพลาสติกถูกเผาลอยมาด้วย เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก

บ้านเราออกกฎหมายอะไรบานเบอะเยอะแยะ แต่ไม่ค่อยสนใจการบังคับใช้กฎหมาย ความหย่อนยานจะทำให้ประเทศยิ่งเผชิญปัญหารอบด้านมากขึ้น.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยฝุ่น PM 2.5ฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ไฟป่าหมอกควันเชียงใหม่ฝุ่นกรุงเทพข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้