เมื่อ 15 มี.ค.ชาวนิวซีแลนด์ร่วมรำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศ กรณีคนร้ายผิวขาวเป็นชายวัย 28 ปี จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย บุกใช้ปืนกราดยิงผู้คนที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช บนเกาะใต้ของประเทศเมื่อ 15 มี.ค.ปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 ราย บาดเจ็บ 40 คน พร้อมเรียกร้องเอกภาพภายในประเทศ

การรำลึกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก เนื่องจากหวั่นการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ซึ่งทั้งประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีหญิงจาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศผ่านโทรทัศน์แห่งชาติระบุรัฐบาลยกเลิกพิธีชุมนุมรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพราะหวั่นการชุมนุมของผู้คนอย่างมากยิ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ส่วนความคืบหน้ามือปืนคนร้ายคดีนี้อยู่ระหว่างถูกคุมขังดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรม 51 กระทง และข้อหาพยายามฆาตกรรมอีก 40 กระทง โดยคนร้ายปฏิเสธความผิดทุกข้อกล่าวหา ส่วนกระบวนการพิจารณาคดีนี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.ปีนี้ อย่างไรก็ตาม ชุมชนชาวมุสลิมในนิวซีแลนด์บางส่วนยังหวั่นวิตกภัยความเกลียดชังจากกลุ่มคนหัวรุนแรงฝ่ายขวาสุดโต่ง โดยเฉพาะกลุ่มสตรีมุสลิมที่สวมผ้าคลุมศีรษะมักตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตี เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านั้นมักไม่สามารถตอบโต้อะไรได้มากนัก.

...