ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว หลังจากแพ้หมดรูปในการหยั่งเสียง ซุปเปอร์ทิวส์เดย์

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีและอดีตนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมเครต ไปลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้แล้วในวันพุธที่ 4 มี.ค. 2563 แม้ว่าเขาจะทุ่มเงินส่วนตัวถึง 409 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 12,829 หมื่นล้านบาท) ไปกับเรื่องนี้ก็ตาม

โจ ไบเดน
โจ ไบเดน

“เมื่อ 3 เดือนก่อน ผมเข้าร่วมการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีก็เพื่อโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ วันนี้ ผมถอนตัวจากการแข่งขันก็เพราะเหตุผลเดียวกัน” นายบลูมเบิร์กระบุผ่านแถลงการณ์ และเสริมว่า ตอนนี้เขาจะหันไปสนับสนุนนาย โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

“ผมเชื่อมาตลอดว่าการโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเริ่มจากการรวมเป็นหนึ่งหนุนหลังผู้สมัครคนหนึ่ง ที่มีโอกาสมากที่สุด หลังจากการหยั่งเสียงเมื่อวานนี้ (3 มี.ค.) มันก็ชัดเจนว่าผู้สมัครคนนั้นคือเพื่อนของผม และชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ โจ ไบเดน นั่นเอง”

...

เบอร์นี แซนเดอร์ส
เบอร์นี แซนเดอร์ส

เมื่อวันอังคารเกิดการหยั่งเสียงเลือกตั้งแบบไพรมารี เพื่อหาตัวแทนพรรคเดโมแครตพร้อมกันถึง 14 รัฐและดินแดน เรียกว่า ‘ซุปเปอร์ทิวส์เดย์’ แต่นายบลูมเบิร์กชนะที่ อเมริกัน ซามัว เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่นายไบเดนคว้าชัยถึง 10 รัฐ ทำให้เขาได้ตัวแทนผู้ลงคะแนน หรือ เดเลเกต (delegate) ซึ่งจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกผู้แทนพรรค แซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่างนาย เบอร์นี แซนเดอร์ส แล้ว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เชื่อว่า ความล้มเหลวในการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคของนายบลูมเบิร์กเป็นเพราะ เขาเป็นผู้สมัครที่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ขณะที่เงินมหาศาลที่เขาทุ่มเทลงไปกับการโฆษณาก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เห็นได้จากการโหวตที่ แอละแบมา, นอร์ท แคโรไลนา และเวอร์จิเนีย นายบลูมเบิร์กทุ่มเงินโฆษณาไปถึง 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ผู้ชนะทั้ง 3 รัฐกลับเป็นนายไบเดนที่ใช้เงินเพียงเสี้ยวเดียวของเขา