บุรุนดีพบศพมากกว่า 6,000 ศพ ภายในหลุมศพขนาดใหญ่ โดยคาดว่าเป็นผู้เสียชีวิตในเหตุความรุนแรงระหว่างสงครามกลางเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน
สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า คณะกรรมการค้นหาความจริงและความปรองดองของประเทศบุรุนดี เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ก.พ. 2563 พบศพมนุษย์มากกว่า 6,000 ร่างถูกฝังอยู่ในหลุมศพขนาดใหญ่ 6 หลุม ที่จังหวัดคารูซี นับเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มการขุดค้นหาผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในอดีตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นายปิแอร์ เคลเวอร์ เอ็นดายีคาริเย ประธานคณะกรรมการค้นหาความจริงและความปรองดอง ระบุว่า พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 6,032 ร่าง ร่วมทั้งกระสุนอีกหลายพันลูก โดยพวกเขากำลังตรวจเสื้อผ้า, แว่นตา และสร้อยคอ เพื่อระบุตัวตนของศพบางส่วน
ทั้งนี้ บุรุนดี เป็นประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาตะวันออก พวกเขาเผชิญกับเหตุความรุนแรงมาตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งจากการยึดครองของเจ้าอาณานิคม, สงครามกลางเมือง และการสังหารหมู่เป็นระยะ
...
ประชากรของบุรุนดีแบ่งเป็นชนเผ่าตุตซี่ กับชนเผ่า ฮูตู ซึ่งทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้งมาตลอด นำไปสู่สงครามกลางที่ปะทุขึ้นในปี 2515 ซึ่งทำให้เกิดการสังหารหมู่ชาวฮูตู จากนั้นในปี 2536 ชาวฮูตูจะสังหารหมู่ชาวตุตซี่เพื่อแก้แค้น โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ถูกสหประชาชาติระบุว่า เป็นเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ ก่อนที่สงครามจะจบลงในปี 2548 ซึ่งตลอดช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตไปกว่า 300,000 ราย
คณะกรรมการค้นหาความจริงและความปรองดอง ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อสืบสวนเหตุความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2428 เมื่อชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก จนถึงปี 2551 ที่ข้อตกลงสันติภาพซึ่งยุติสงครามกลางเมืองมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์
จนถึงตอนนี้ คณะกรรมการฯ พบหลุมศพขนาดใหญ่กว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ และสามารถระบุตัวเหยื่อความรุนแรงได้มากกว่า 142,000 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม การค้นหาความจริงครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงช่วงเวลาการปกครองของประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างนายปิแอร์ เอ็นคูรุนซีซา ที่ครองอำนาจตั้งแต่ปี 2548
สหประชาชาติเคยออกมาเตือนว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในบุรุนดีอาจพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งก่อนการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากตอนนี้ที่นายเอ็นคูรุนซีซาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ทั้งที่รัฐธรรมนูญอนุญาตให้เป็นต่อเนื่องแค่ 2 สมัย ก็เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงนำไปสู่การปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายมาแล้ว