ข่าว
100 year

จีนฝ่าวิกฤติไวรัสโคโรนา งัดมาตรการสุดเข้มงวดรับมือ ทำได้ดีแค่ไหน?

ไทยรัฐออนไลน์8 ก.พ. 2563 08:35 น.
SHARE

ประเทศจีนกำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ซึ่งเริ่มปรากฏตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน และจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ก็มีผู้ติดเชื้อเกือบ 25,000 รายทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในจีน และมีผู้เสียชีวิตอีก 492 คน

การระบาดครั้งนี้ถูกยกไปเปรียบเทียบกับกรณีของโรคซาร์ส ที่เคยแพร่กระจายไปทั้วโลกจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 800 รายเมื่อ 17 ปีก่อน เนื่องจากมีต้นกำเนิดในจีนเช่นกัน แต่ตอนนั้นจีนถูกนานาชาติโจมตีอย่างหนัก ว่าปิดบังข้อมูลกับทั้งประชาชนและนานาชาติ แต่นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่จีนต้องต่อสู้กับไวรัสตระกูลโคโรนา พวกเขารับมือมันอย่างไร และทำได้ดีแค่ไหน?

ทางเข้าโรงพยาบาลกาชาดอู่ฮั่นถูกปรับปรุงเพื่อรับมือการระบาดของไวรัส

*การรับมือไวรัสโคโรนาของจีน

จีนถอดบทเรียนจากความผิดพลาดในการรับมือโรคซาร์ส เมื่อ 17 ปีก่อน โดยครั้งนี้พวกเขาแจ้งองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าพบไวรัสปริศนาตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ปีก่อน หรือไม่ถึงเดือนหลังพบผู้ป่วยคนแรก ต่างจากตอนโรคซาร์สที่รอนานร่วม 4 เดือน วันต่อมาก็สั่งปิดตลาดสดในเมืองอู่ฮั่นที่เชื่อว่าเป็นต้นตอของการระบาด ก่อนจะพบไวรัสต้นเหตุของโรคในวันที่ 7 ม.ค. ทางการจีนยังตัดสินใจเลื่อนวันหยุดตรุษจีนไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และปิดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พระราชวังต้องห้าม และดิสนีย์แลนด์ เพื่อควบคุมการระบาดด้วย

แต่เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มเพิ่มมากขึ้นและเริ่มแพร่ไปยังต่างประเทศ จีนก็ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และใช้มาตรการสุดโต่งด้วยการ ‘ปิดเมือง’ ครั้งใหญ่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด โดยระงับบริการขนส่งสาธารณะทั้งรถประจำทาง, รถไฟ หรือเรือข้ามฟาก ห้ามไม่ให้คนเข้าหรือออกจากเมือง กำหนดให้แต่ละครัวเรือนสมาชิกสามารถออกมาซื้อของได้คราวละ 1 คนทุก 2 วันเท่านั้น โดยต้องสวมหน้ากากอนามัย และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัว

ห้างสรรพสินค้าในเมืองอู่ฮั่นเหลือสินค้าเพียงน้อยนิด เพราะการปิดเมืองประชาชนกักตุนอาหาร

มาตรการคล้ายกันนี้ยังถูกใช้ที่เมืองในมณฑลหูเป่ยอย่างน้อย 15 เมืองกระทบประชาชนกว่า 57 ล้านคน และอีกหลายเมืองในมณฑลเจ้อเจียง ส่วนเมืองใหญ่อย่างเทียนจิน และเซี่ยงไฮ้ ก็ระงับบริการรถบัสทางไกล เมืองซัวเถา ก็ใช้มาตรการคุมเข้มในการเดินทางเข้าเมืองแล้ว

จีนยังแสดงศักยภาพด้านการก่อสร้างอีกครั้ง เหมือนที่พวกเขาเคยทำตอนต่อสู้กับโรคซาร์ส ด้วยการเนรมิตโรงพยาบาล 2 แห่งที่รองรับคนไข้ได้ 1,000 กับ 1,500 คน ขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นภายในเวลาเพียง 10 วันเท่านั้น (สร้างเสร็จเมื่อ 5 ก.พ.) โดยจะใช้รักษาผู้ป่วยโคโรนาโดยเฉพาะ เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลท้องถิ่น ที่กำลังประสบปัญหาผู้ป่วยล้นมือ

ภาพการสร้างโรงพยาบาลหั่วเสินซาน ในเมืองอู่ฮั่น

*การวิจัยวัคซีนคืบหน้าถึงไหน?

ปัจจุบัน ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในจีนได้รัยการรักษาหายแล้ว 911 ราย (ตัวเลข ณ วันที่ 6 ก.พ.) แต่เป็นการรักษาตามอาการ ยังไม่มียาหรือวัคซีนสำหรับกำจัดเชื้อตัวนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหน่วยงานด้านการแพทย์ทั้งในจีนและทั่วโลกกำลังพยายามวิจัยและหาทางพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่อยู่

ก่อนหน้านี้มีรายงานจากสื่อของจีนว่า คณะวิจัยของ ดร.หลี่ หลานจ้วน หนึ่งในผู้นำการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาในจีน ทดสอบยา 2 ตัวคือ ‘Abidol’ กับ ‘Darunavir’ และพบว่ามันสามารถยับยั้งไวรัสตัวนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยาตัวนี้กำลังถูกใช้รักษาคนไข้ในมณฑลเจ้อเจียง และดร.หลี่ ยังแนะนำให้มีการบรรจุยาใหม่ 2 ชนิดนี้ รวมอยู่ในโครงการรักษาไวรัสโคโรนา ของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติด้วย

ขณะที่ บริษัทไบโอเทคโนโลยี ‘Gilead’ ของสหรัฐฯ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตยาต้านเชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบ ซี ก็ทำสัญญาความร่วมมือกับโรงพยาบาลมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น ในกรุงปักกิ่ง และเตรียมทดสอบยาต้านไวรัสโคโรนาตัวใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Remdesivir’ กับผู้ป่วยในเมืองอู่ฮั่นแล้ว

ทีมวิจัยของ ดร.หลี่ หลานจ้วน (ด้านหน้าตรงกลาง)

*ต่างประเทศรับมือไวรัสโคโรนาอย่างไร?

ปัจจุบันมีผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ถูกพบใน 25 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งไทย หลายประเทศในเอเชียและยุโรปเริ่มอพยพพลเมืองของตัวเองออกจากเมืองอู่ฮั่น ใช้มาตรการคัดกรองผู้ป่วย หรือกักกันนักเดินทางที่มาจากจีน และประกาศเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปจีนหากไม่จำเป็น

สายการบินระดับชาติของบางประเทศอย่างเช่น บริติช แอร์เวย์ และ แควนตัส เริ่มใช้มาตรการระงับเที่ยวบินไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ ถึงขั้นประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในประเทศ และเตรียมปฏิเสธการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ที่ไปจีนในช่วง 14 วันก่อนมาสหรัฐฯ และมีหลายประเทศที่เริ่มทำตาม เช่น ญี่ปุ่น กับออสเตรเลีย เป็นต้น

การกระทำดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า กำลังกระจายความหวาดกลัวแทนที่จะช่วยเหลือ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า การปิดกั้นพรมแดนแบบนี้ อาจทำให้ไวรัสแพร่กระจายเร็วขึ้นแทน เนื่องจากนักเดินทางอาจหาทางเข้าเมืองอย่างไม่เป็นทางการหรือแบบผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จีนลำเลียงยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ลงที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น

*จีนโดนครหา รับมือไวรัสช้า ปิดเมืองไม่ทัน

แม้จีนจะออกมาตรการมากมายเพื่อควบคุมโรค แต่นักวิจารณ์ก็ยังมองว่า ทางการจีน โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่น รับมือไวรัสช้าเกินไปอยู่ดี และเจ้าหน้าที่ยังติดนิสัยเดิมๆ ในการปิดบังข้อมูล โดยสำนักข่าว นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า เมื่อ 30 ธ.ค. 2562 ช่วงที่ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นเพิ่งระบาดใหม่ๆ นายแพทย์ชื่อ หลี่ เหวินเหลียง พยายามออกมาเตือนถึงความอันตรายของเชื้อตัวนี้ แต่ 3 วันต่อมาเขากลับถูกตำรวจควบคุมตัว และให้ลงนามเอกสารยอมรับว่า การกระทำของเขาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

พวกเขาจึงปิดตลาดสดในเมืองอู่ฮั่นในวันที่ 1 ม.ค. แต่กลับไม่สั่งห้ามค้าสัตว์ป่าที่เชื่อว่าเป็นพาหะของโรคในทันที และแม้ว่าจีนจะแจ้งเรื่องไวรัสปริศนากับ WHO เร็วก็จริง แต่เจ้าหน้าที่เมืองอู่ฮั่นกลับออกแถลงการณ์อย่างมั่นใจว่า พวกเขาหยุดต้นตอของไวรัสแล้ว กลุ่มผู้ป่วยอยู่ในวงจำกัด และไม่มีหลักฐานว่าเชื้อตัวนี้ติดต่อจากคนสู่คน ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไวรัสที่กำลังแพร่กระจายอยู่คืออะไร และมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นายแพทย์ หลี่ เหวินเหลียง

ตลอด 7 สัปดาห์นับตั้งแต่พบผู้ป่วยคนแรกจนเมืองอู่ฮั่นถูกปิด ทางการท้องถิ่นเลือกที่จะปฏิเสธความอันตรายของไวรัสอู่ฮั่นที่จะมีต่อสังคม ทำให้ประชาชนในเมืองไม่รู้ว่าโรคนี้อันตรายแค่ไหน และพวกเขาจะป้องกันตัวเองอย่างไร เพียง 9 วันหลังปิดตลาด ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกเพราะเชื้อตัวนี้แล้ว จนวันที่ 20 ม.ค. รัฐบาลจีนจึงออกมายืนยันว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ และสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นในอีก 3 วันต่อมา

แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ผู้เสียชีวิตก็เพิ่มเป็น 17 คน และมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันอีกกว่า 550 ราย ขณะที่คนจำนวนมากก็ออกจากเมืองเอกของมณฑลหูเป่ยแห่งนี้ไปก่อนแล้ว โดยนายกเทศมนตรี โจว เซียนหวัง ยอมรับเองว่า มีประชาชนออกจากเมืองไปกว่า 5,000,000 คนก่อนจะเริ่มปิดเมือง โดยที่ไม่รู้ว่ามีคนที่ติดโรคออกไปเท่าไร

นายหวง เอี้ยนจง เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสาธารณสุขโลกของ สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) กล่าวว่า รัฐบาลจีนเสียหนึ่งในโอกาสดีที่สุดในการควบคุมไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายไปแล้ว “นี่คือปัญหาของการไม่ลงมือทำ หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น ไม่ทำอะไรเพื่อเตือนชาวอู่ฮั่นให้รู้ถึงอันตรายเลย”

ดร.เทรดอส อาดานอม เกเยรเยซุส ผอ. WHO

*WHO ชื่นชมจีน จวกประเทศรำ่รวย

อย่างไรก็ตาม แม้จะโดนครหาเรื่องความล่าช้า และข้อสงสัยต่างๆ นาๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า มาตรการรับมือของจีนไม่ได้ผล โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า การที่มีผู้ติดเชื้อนอกจีนน้อยมากเพื่อเทียบกับในประเทศ เป็นสัญญาณที่ดีว่า การระบาดครั้งนี้สามารถควบคุมได้ และการส่งผ่านเชื้อออกนอกประเทศได้หยุดลงแล้ว

ดร.เทรดอส อาดานอม เกเยรเยซุส ผู้อำนวยการขององค์การอนามัยโลก กล่าวชมจีนถึง 2 ครั้ง โดยเขาแถลงหลังเดินทางเยือนจีนเพื่อพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อ 29 ม.ค.ว่า จีนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งอันที่จริงแล้ว มาตรการของจีนช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสระบาดไปยังประเทศอื่นๆ

ต่อมาระหว่างการประชุมที่เจนีวาในวันอังคาร (4 ก.พ.) ดร.เทรดอส ก็กล่าวชื่นชมจีนอีกว่า “หน้าต่างแห่งโอกาสเปิดออกก็เพราะมาตรการระดับสูง มาตรการรุนแรงที่จีนใช้ตอบสนองที่ศูนย์กลางการระบาด ดังนั้นเราควรใช้โอกาสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเพิ่มขึ้น และควบคุมมันให้ได้” เขายังตำหนิ ‘ประเทศที่มีรายได้สูง’ บางประเทศ ว่าแบ่งปันข้อมูลล่าช้า เนื่องจากเขาได้รายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับผู้ป่วยนอกประเทศจีน เพียง 38% ของผู้ป่วย 176 รายเท่านั้น

ดร.เทรดอส อาดานอม เกเยรเยซุส ผอ.WHO กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน

ขณะที่ ดร.ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารโครงการสาธารณสุขฉุกเฉินของ WHO บอกกับสื่อว่า เขาไม่เคนเห็นความมุ่งมั่นในการตอบสนองต่อโรคระบาดระดับนี้มาก่อน และจีนกำลังใช้มาตรการที่เหนือธรรมดา เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน

นอกจากนี้ จีนยังยินดีแบ่งปันข้อมูลทางพันธุกรรมของไวรัสออกสู่สาธารณะ ให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกได้ศึกษา และสร้างชุดอุปกรณ์ตรวจโรค จีนยังตกลงให้ทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติของ WHO เข้าประเทศเพื่อช่วยเหลือในการตรวจสอบและรับมือไวรัส และเป็นจีนนี่เองที่แจ้งเยอรมนีให้ตรวจสอบคนไข้รายหนึ่ง ที่ต่อมากลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากคนสู่คนรายแรกของยุโรป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นปิดเมืององค์การอนามัยโลก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้