ข่าว
100 year

คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์ : ทำไมคนจีนไว้ใจ “สี จิ้นผิง” ผู้นำตลอดชีพ

มิสแซฟไฟร์1 ก.พ. 2563 05:02 น.
SHARE

ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาคมโลกถึงความเฉียบขาดรวดเร็วในการแก้ไขวิกฤติไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก จนใครๆก็เชียร์ให้ “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” บริหารประเทศจีนไปตลอดชีพ เพราะตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อปลายปี 2555 และนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม 2556 เขาก็ตั้งหน้า ตั้งตาลุยเต็มที่เพื่อนำพาประเทศมุ่งสู่เป้าหมายการสร้าง “ความฝันของจีน”

“ความฝันของจีน” มีอะไรบ้าง เป้าหมายหลักๆ คือผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูประเทศครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความเป็นจีนยุคใหม่อันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไล่ตั้งแต่การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน, สร้างความมั่งคั่ง, สร้างสังคมที่ดีขึ้น ไปจนถึงขยายแสนยานุภาพของกองทัพให้แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ปลุกคนหนุ่มสาวให้กล้าฝัน ลุกขึ้นทำงานหนักเพื่อบรรลุความสำเร็จในชีวิต โดยต้องไม่ลืมอุดมการณ์สังคมนิยม

ในฐานะผู้นำจีนรุ่นที่ 5 “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” มีหน้าที่ปรับไมนด์เซตของประชาชนชาวจีนทั้งประเทศ เพื่อสร้างจีนยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ โดยคีย์เวิร์ดของการเป็นจีนยุคใหม่คือ ไม่ลืมจิตใจดั่งเดิม จดจำมั่นในภาระหน้าที่ ชูธงยิ่งใหญ่แห่งสังคมนิยม เพื่อชัยชนะเด็ดขาดของการสร้างสังคมมีกินมีใช้อย่างถ้วนหน้า ช่วงชิงชัยชนะอันยิ่งใหญ่แห่งสังคมนิยม และต่อสู้อย่างไม่ลดละเพื่อบรรลุความฝันของชาติจีน โดยพรรคคอมมิวนิสต์ร่วมกันกำหนดเป้าหมายไว้สูงลิบว่า ภายในปี 2564 จะต้องสร้างสังคมกินดีอยู่ดีถ้วนหน้าได้สำเร็จ และภายในปี 2592 ประเทศจีนจะต้องผงาดเป็นรัฐสังคมนิยมสมัยใหม่

เขามีดีอะไร ทำไมภาระหนักอึ้งขนาดนี้จึงตกอยู่ในมือ “สี จิ้นผิง” เขาเป็นผลผลิตของความคับแค้นจากการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ตอนวัยรุ่นต้องพยายามอย่างหนักที่จะเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ หลังถูกปฏิเสธมาตลอด เพราะมีประวัติครอบครัวด่างพร้อย เนื่องจากบิดาเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง เมื่อเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรม ครอบครัวสีจึงโดนหางเลขทั่วหน้า บิดาถูกเนรเทศไปเป็นกรรมกร เพราะอนุมัติให้ตีพิมพ์หนังสือวิจารณ์ประธานเหมา ด้าน “สี จิ้นผิง” ก็โดนกวาดต้อนเป็น 1 ใน 29,000 ปัญญาชนชุดแรก ที่ถูกส่งไปอยู่ในถ้ำทางเหนือของมณฑลชานซี เพื่อเรียนรู้การทำไร่ไถนาปศุสัตว์

เมื่อชื่อเสียงของบิดาได้รับการฟื้นฟูภายหลังการอสัญกรรมของเหมาเจ๋อตุง “สี จิ้นผิง” จึงกลับมาศึกษาต่อกระทั่งจบเคมีจากมหาวิทยาลัยชิงหวา และสร้างสายสัมพันธ์กับบุคคลในกองทัพ เขาเริ่มทำงานรับใช้พรรคที่มณฑลเหอเป่ย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมพันธุ์สุกร และที่ฝูเจี้ยนนี่เอง “สี จิ้นผิง” มีโอกาสโชว์ผลงาน โดยเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรักษาการเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาเซี่ยงไฮ้ ระหว่าง 7 เดือนที่รักษาการ เขาพัฒนาความสัมพันธ์จนสนิทสนมกับอดีตเลขาธิการพรรค “เจียงเจ๋อหมิน” ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มผู้นำรุ่นที่ 3 ของจีน หลังจากผ่านการพิสูจน์ฝีมือมานาน ในที่สุดก็เป็นที่ประจักษ์ว่าเขาคือยอดนักปฏิรูปมือทอง และคือตัวเลือกดีที่สุดที่จะเป็นผู้นำประเทศ

ภายในเวลา 5 ปี ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาผลักดันมาตรการปฏิรูปไปแล้วมากกว่า 1,500 มาตรการ และเดินสายตรวจงานตามพื้นที่ต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยกลุ่มผู้นำสูงสุดที่อยู่ข้างกาย “สี จิ้นผิง” ล้วนเป็นนักปฏิรูปยุคใหม่ไฟแรงที่เข้าใจลึกซึ้งถึงยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจน, การผลักดันสวัสดิการสังคม, การจัดการพัฒนาเขตเมือง, การปราบปรามคอร์รัปชัน และการเปลี่ยนถ่ายภาคอุตสาหกรรม ใครไปเยือนประเทศจีนในช่วง 4-5 ปีนี้ คงเห็นได้ชัดว่าบ้านเมืองเขาเจริญขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ไม่เฉพาะแต่เมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ แม้แต่เมืองชนบทก็พัฒนาขึ้นมาก

ผลงานโดดเด่นเข้าเป้าขนาดนี้ จึงยืนหนึ่งได้สบายๆ!! จากที่เคยจำกัดวาระดำรงตำแหน่งสูงสุดของประธานาธิบดีจีนไว้เพียง 2 สมัย คือ 10 ปี เมื่อต้นปีที่แล้วสภาประชาชนแห่งชาติจีนได้ลงมติผ่านความเห็นชอบแก้ไขธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์ให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งอย่างไม่มีกำหนด เปิดทางให้ “สี จิ้นผิง” ครองเก้าอี้ผู้นำได้ตลอดชีพ...ถ้าไม่ใช่จีนอย่าคิดเลียนแบบเชียว อยากสืบทอดอำนาจต้องมีผลงานประจักษ์ชัด ไม่งั้นคงลุกฮือทั้งแผ่นดิน.

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์มิสแซฟไฟร์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงสี จิ้นผิงประเทศจีนข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้