(Photo by John MACDOUGALL / AFP)

ขออนุญาตรับใช้เรื่องนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของรัสเซียกันต่อครับ ช่วงหนึ่งปูตินเคยว่างงาน แต่เพราะความที่พูดภาษาต่างประเทศได้และเคยอยู่ต่างประเทศมาก่อน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2539 จึงมีคนติดต่อให้แกลงไปกรุงมอสโก เพื่อทำงานเป็นรองหัวหน้าสำนักงานบริหารทรัพย์สินประธานาธิบดี ทำหน้าที่บริหารกฎหมายและทรัพย์สินของรัสเซียในต่างประเทศ เพราะสำนักงานของโซเวียตและรัสเซียปิดไปหลายแห่ง ข้าวของเครื่องใช้อยู่ในต่างประเทศเยอะแยะ ปูตินทำงานนี้ได้ดีจึงได้ขยับเป็นหัวหน้างานควบคุมสำนักบริหารทรัพย์สินประธานาธิบดี และต่อมาเป็นรองหัวหน้าสำนักประธานาธิบดี

เยลต์ซินประทับใจในการทำงานและความซื่อสัตย์ จึงตั้งปูตินให้เป็น ผอ. FSB หรือกิจการรักษาความมั่นคงของสหพันธ์ สมาชิกถาวรและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งดูแลงานด้านการข่าวและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศทั้งหมด โดยไม่บอกให้ปูตินรู้ตัวล่วงหน้า

พ.ศ.2563 ประธานาธิบดีปูตินแต่งตั้งมิชูสตินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่ก็เหมือนกัน มิชูสตินไม่น่าจะรู้ตัวมาก่อน น่าจะมีแค่ปูตินและเมียดแวเดียฟเท่านั้นที่รู้ ผมคิดว่าเมียดแวเดียฟก็น่าจะรู้ล่วงหน้าไม่นานเหมือนกัน

หลายท่านอาจจะคิดว่าเมียดแวเดียฟเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงานจึงต้องลาออก ซึ่งไม่จริงนะครับ เมียดแวเดียฟประสบความสำเร็จเรื่องความมั่นคงและอุตสาหกรรมทหาร ปูตินจึงให้เมียดแวเดียฟมาเป็นรองประธานสภาความมั่นคงดูแลงานทางด้านนี้ต่อ

มีอีกคนหนึ่งซึ่งทำงานเข้าตาปูตินมากคือชอยกู รัฐมนตรีกลาโหม ถึงตอนที่เขียนหนังสืออยู่ในขณะนี้ ผมก็ยังไม่ทราบว่าชอยกูจะกลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลมิชูสตินหรือไม่ โดยส่วนตัวผมคิดว่าชอยกูไม่น่าจะหลุด ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมอีกครั้ง ก็น่าจะมาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายทหาร

...

รัฐบาลเมียดแวเดียฟมีรองนายกรัฐมนตรีถึง 8 คน ผมคิดว่ารัฐบาลใหม่ของมิชูสตินอาจจะมีรองนายกฯ เพียง 3-4 คน หรือบางทีอาจจะมีเพียง 2 คนเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็มีการพูดกันแล้วว่า จะมีการปฏิรูปกระทรวง บางกระทรวงจะโดนยุบไปอยู่กับกระทรวงอื่น บางกระทรวงจะหายไปเลยแล้วมาตั้งกันใหม่

อ่านจากข่าวตะวันตกที่ส่วนใหญ่ก็จะเอาข่าวมาจากการสัมภาษณ์ฝ่ายค้านรัสเซีย ว่านี่เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อจะให้ปูตินมีอำนาจต่อ ตอนนี้ปูตินประกาศชัดแล้วนะครับ ว่าพอครบวาระใน พ.ศ.2567 จะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวแกเองได้เป็นประธานาธิบดีต่อ แต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องการเป็นประธานาธิบดีได้ 2 สมัย จะต่อกันหรือไม่ต่อกันก็ได้ เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ เกิดมาชาติหนึ่งเป็นประธานาธิบดีรัสเซียได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น

ผมคิดว่าปูตินอาจจะมาเป็นประธานสภาแห่งรัฐ และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตำแหน่งนี้มีอำนาจมากขึ้น เพราะยังไม่มีคนเข้มแข็งพอที่จะมาเป็นประธานาธิบดีแทนแกได้ ปูตินจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมประธานาธิบดี ในการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา ปูตินบอกว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญบางภาค และที่ต้องแก้แน่นอนก็คือการแต่งตั้งนายกฯ โดยจะโอนอำนาจจากประธานาธิบดีแต่งตั้ง มาเป็นโหวตโดย ส.ส.

ระบบการตั้งนายกรัฐมนตรีรัสเซียในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประธานาธิบดีเสนอชื่อไปให้สภารับรอง สภามีสิทธิตีกลับครั้งที่ 1 หากประธานาธิบดียืนยันส่งคนเดิมหรือคนใหม่ไปให้สภารับรอง สภาตีกลับได้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากนั้นประธานาธิบดีแต่งตั้งนายกฯ ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านสภาแล้ว อำนาจแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีจึงเป็นของประธานาธิบดีอย่างเด็ดขาด

อนาคต ประธานาธิบดีเป็นคนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิมก็จริง แต่ผู้ตัดสินอย่างเด็ดขาดต้องเป็น ส.ส. ตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว 70 คน มีทั้งนักกฎหมาย ส.ส. ดารา นักร้อง นักกีฬา นักประพันธ์ ฯลฯ

ว่าจะจบวันนี้ ไม่จบจนได้ครับ ต้องมาว่ากันต่อพรุ่งนี้ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com