ข่าว
100 year

เหยื่อ “ไวรัสโคโรน่าพันธ์ุใหม่” พุ่ง 6 ศพ WHO เล็งประกาศภาวะฉุกเฉินโลก

ไทยรัฐออนไลน์21 ม.ค. 2563 23:50 น.
SHARE

ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ในจีนเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว และติดเชื้อมากกว่า 300 คน ขณะที่องค์การอนามัยโลกเตรียมพิจารณาประกาศให้การระบาดนี้ เป็นภาวะฉุกเฉินโลก

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 21 ม.ค. 2563 ทางการประเทศจีนออกมายืนยันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019” ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 308 รายแล้ว นับว่าเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าภายในเวลาเพียง 4 วัน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มเป็น 6 รายแล้ว

ผู้ติดเชื้อมากกว่า 270 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่การแพทย์ 15 คน อยู่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นที่ตั้งตลาดขายอาหารทะเล ที่เชื่อกันว่าเป็นต้นตอของการระบาด ส่วนรายอื่นๆ ถูกพบในมณฑลอื่นอย่างมณฑลกวางตุ้ง รวมทั้งเมืองใหญ่อย่าง กรุงปักกิ่ง กับนครเซี่ยงไฮ้ โดยมีอีก 54 คนที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ และอีกประมาณ 1,000 คนที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังพบผู้ป่วยในต่างประเทศ โดยที่ประเทศไทยพบ 2 ราย, เกาหลีใต้ 1 ราย ทั้งหมดเป็นนักเดินทางชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น ขณะที่ญี่ปุ่นกับไต้หวันก็ยืนยันว่าพบผู้ป่วยในดินแดนตัวเอง 1 ราย ด้านออสเตรเลียกำลังตรวจสอบชายคนหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อสายพันธ์ุใหม่นี้จากประเทศจีน

ผู้เชี่ยวชาญฮ่องกงอธิบายแผนผังการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าพันธ์ุใหม่ในจีน

ก่อนหน้านี้ หัวหน้าทีมสืบสวนโรคของจีนยืนยันว่า ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ในขณะที่ชาวจีนกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีการเดินทางของประชาชนหลายร้อยล้านคนทั้งภายในและออกต่างประเทศ ทำให้เกิดความกังวลว่า เชื้ออาจแพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้น

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกประชุมวาระฉุกเฉินในวันพุธที่ 22 ม.ค.นี้ ที่นครเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพิจารณาว่า ควรประกาศให้การระบาดของ ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019 ครั้งนี้ เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก” หรือไม่ โดยที่ผ่านมา WHO ไม่ได้แนะนำให้มีการจำกัดการค้าหรือการเดินทาง แต่เรื่องนี้อาจเปลี่ยนแปลงหลังการประชุมในวันพุธ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019จีนโรคระบาดภาวะฉุกเฉิน

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้