หลังการเจรจาอย่างเข้มข้นยืดเยื้อถึง 2 ปี ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก เพื่อหาทางยุติ “สงครามการค้า” ในที่สุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายหลิว เหอ รองนายกฯจีน ก็ร่วมลงนามข้อตกลงการค้าขั้นแรก “เฟส 1” ที่ทำเนียบขาวเมื่อ 15 ม.ค.

สาระสำคัญของเฟส 1 รวมทั้งจีนจะซื้อสินค้าภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พลังงาน และการบริการจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นจากระดับในปี 2560 ถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 2 ปี จะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีของสหรัฐฯมากขึ้น และตั้งกลไกบังคับใช้ข้อตกลงและลงโทษจีนถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

ส่วนสหรัฐฯ จะลดภาษีสินค้าจีนบางประเภทที่บังคับใช้แล้วลงครึ่งหนึ่ง และยกเลิกการตั้งภาษีสินค้าจีนที่จ่อคิวบังคับใช้ใหม่แต่การขึ้นภาษีสินค้าจีนในอัตรา 25% มูลค่า 360,000 ล้านดอลลาร์ที่มีผลบังคับแล้วยังคงอยู่ ขณะที่จีนยังคงภาษีสินค้าสหรัฐฯ ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อไปเช่นกัน

ทรัมป์คุยว่า ข้อตกลงเฟส 1 จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสหรัฐฯให้ดีขึ้น ส่วนจีนชี้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างชนะแบบ “วิน-วิน” และต่างเลี่ยงที่จะคุยทับกันว่าใครชนะหรือแพ้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนก่อนเจรจากันต่อใน “เฟส 2”

สื่อของทางการจีนก็รายงานเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง โดย นสพ.พีเพิล’ส์ เดลี่ ระบุว่า การนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯมากขึ้น จะทำให้ชาวจีนมีอาหารมากขึ้น สอดคล้องกับแผนปฏิรูปของจีน ส่วนโกลบเบิล ไทม์ส เตือนว่าอย่าชี้ว่าใครแพ้ใครชนะอย่าจับผิดเล็กๆน้อยๆ และอย่าปากเสียวิพากษ์วิจารณ์การเจรจาการค้าในอนาคต

...

เมื่อถูกนักข่าวถามว่าข้อตกลงนี้ “ยุติธรรม” หรือไม่? นายเกิ้ง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนก็เลี่ยงไปตอบว่าเฟส 1 เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายและทั้งโลก ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า แม้ความพยายามยุติสงครามการค้าต้องเจรจากันอีกนานกว่าจะมีข้อตกลงขั้นสุดท้าย แต่เฟส 1 ก็เป็นก้าวย่างที่ดี ทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนเบาใจขึ้น เพราะแสดงว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะ “พักรบ” ไม่ฟาดฟันกันมากกว่านี้ระหว่างการเจรจา “เฟส 2”

ข้อตกลงเฟส 1 ที่จีนยืนยันว่าไม่แพ้ ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะที่จีนเผชิญปัญหาหลายด้าน รวมทั้งการที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำสุดในรอบ 30 ปี การประท้วงรุนแรงยืดเยื้อในฮ่องกง และการที่ น.ส.ไช่ อิง-เหวิน ผู้มีนโยบายต่อต้านจีนและแยกเอกราช ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน สมัยที่ 2 ถล่มทลาย

แต่จีนต้องคิดหนักว่าจะสู้ต่ออย่างไรในการเจรจา “เฟส 2” หรือเฟสอื่นๆที่อาจยืดเยื้อ!

บวร โทศรีแก้ว