ข่าว
100 year

คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์ : เลี้ยงลูกให้อัจฉริยะแบบ “อีลอน มัสก์”

มิสแซฟไฟร์18 ม.ค. 2563 05:12 น.
SHARE


ต้องเป็นแม่ที่เจ๋งขนาดไหนถึงจะสามารถเลี้ยงลูกชายให้โตมาเป็นอัจฉริยะจอมฝันเฟื่องแบบ “อีลอน มัสก์” ที่ประกาศจะพาคนนับล้านไปสร้างเมืองใหม่บนดาวอังคาร เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติจากการสูญพันธุ์ และสร้างโลกใหม่ที่มีแต่พลังงานบริสุทธิ์

“คุณแม่เมย์ มัสก์” มักถูกถามเคล็ดลับเรื่องการเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ แต่บอกเลยว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เพราะคุณแม่เองก็โด่งดังเฟี้ยวฟ้าวไม่แพ้ลูกชาย ปีนี้อายุ 71 แล้ว แต่ “มาดามมัสก์” ยังขึ้นปกแมกกาซีนเป็นว่าเล่น เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เคยแก้ผ้าถ่ายนู้ดขึ้นปกนิตยสารนิวยอร์กเรียกเสียงฮือฮามาแล้ว แถมยังเป็นพรีเซนเตอร์ถ่ายโฆษณาของห้างทาร์เก็ต และสายการบินเวอร์จิ้น อเมริกา เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นพรีเซนเตอร์อายุมากที่สุดของเครื่องสำอาง “CoverGirl” ตอนอายุ 69 ซะด้วย

เปรี้ยวแซ่บขนาดนี้สมกับที่เป็นคุณแม่ของเจ้าพ่อนวัตกรรมพลิกโลกใช่ไหมล่ะ นอกจากจะคร่ำหวอดอยู่ในวงการนางแบบมา 5 ทศวรรษ “มาดามมัสก์” ยังมีชื่อเสียงในฐานะนักโภชนาการผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเดินสายขึ้นเวทีมาแล้วทั่วโลก เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องโภชนาการ และทุกเวทีที่ไปเยือนก็มักถูกถามว่าเลี้ยงลูกยังไงให้โตมาฝันเฟื่องได้เก่งอย่าง “อีลอน มัสก์”

“ฉันค่อนข้างจะโชคดีที่ลูกๆทั้งสามคนเป็นเด็กดีหมด ทั้งๆที่โตมาในครอบครัวหย่าร้าง หลังจากหย่ากับพ่อของลูกๆ ซึ่งเป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์และนักบินชาวแอฟริกาใต้ ฉันก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดในแคนาดา และเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องหาเลี้ยงลูกตามลำพัง ฉันเลี้ยงลูกเหมือนกับที่ได้รับการเลี้ยงดูมาจากพ่อแม่ ท่านทั้งสองเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ไม่เคยดูถูกคนอื่น คุณพ่อเป็นนักโบราณคดี ส่วนแม่เป็นนักบำบัดโรคกระดูกสันหลัง จำได้ว่าพวกเราพี่น้องทั้ง 5 คน โตมาท่ามกลางทุ่งหญ้าและสัตว์ป่าของแอฟริกาใต้ ฉันอายุแค่ 2 ขวบ ก็ต้องย้ายตามพ่อแม่จากแคนาดาไปใช้ชีวิตในแอฟริกาใต้ ครอบครัวเราถือเป็นครอบครัวนักผจญภัย พวกเราบินไปทั่วโลกด้วยเครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก และใช้ชีวิตเป็นสิบๆปีนอนกลางดินกินกลางทรายตั้งแคมป์อยู่กลางทะเลทรายคาลาฮารี เพื่อสำรวจหาอาณาจักรเก่าที่หายสาบสูญไป พวกเราโตมาด้วยจิตวิญญาณแบบนั้น”

เมื่อถึงคราวที่ต้องเป็นคุณแม่เอง “มาดามมัสก์” ตั้งใจเลยว่าจะเลี้ยงลูกให้เหมือนกับที่ตัวเองได้รับการเลี้ยงดูมา คือให้อิสระทางความคิดอย่างเต็มที่, ทำตัวเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น และไม่ประคบประหงมเอาใจ เธอยอมรับว่าเป็นแม่ที่เข้มงวดกวดขันกับลูกๆเรื่องระเบียบวินัย แต่ไม่เคยปิดกั้นความคิดของลูก และจะให้อิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกทางเดินของตัวเอง ด้วยความเป็นซิงเกิลมัม เธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงลูกๆ “มาดามมัสก์” เปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านโภชนาการที่บ้าน และดึงลูกๆให้มาช่วยดูแลคนไข้ อันที่จริงลูกๆของเธอมีสิทธิ์ได้ทุนเรียนฟรีในมหาวิทยาลัยโตรอนโต ถ้าเลือกเรียนสาขาแพทย์หรือกฎหมาย เพราะเธอเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยประจำมหาวิทยาลัย แต่เด็กๆมีความฝันที่แตกต่าง เธอจึงปล่อยให้ทำงานหาค่าเทอมส่งตัวเองเรียน ซึ่งทั้งสามคนก็สามารถทำได้สำเร็จ โดย “อีลอน มัสก์” ทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียนฟิสิกส์กับเศรษฐศาสตร์ ส่วนลูกชายคนกลาง “คิมบอล มัสก์” จบบริหารธุรกิจ และลูกสาวคนเล็ก “ทอสก้า มัสก์” เป็นผู้กำกับภาพยนตร์

อีกหนึ่งดีเอ็นเอที่เธอปลูกฝังให้กับลูกๆคือ ความอ่อนโยน และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ตรงนี้ “อีลอน มัสก์” น่าจะได้มาเต็มๆ แม้จะฝันเฟื่องบ้าบิ่นขนาดไหน แต่ทุกความฝันก็มีเป้าหมายเพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติ!! นอกจากจะก่อตั้ง “สเปซเอ็กซ์” บริษัทขนส่งทางอวกาศของเอกชนที่ใหญ่ที่สุด ยังลุยพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในนาม “เทสล่า” เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ และฝันสร้างโลกใหม่ให้เป็นเมืองพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้แนวคิด “โซลาร์ซิตี้” หนังสือเล่มสำคัญที่เปลี่ยนชีวิต “อีลอน มัสก์” คือ “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” เป็นเรื่องราวการท่องอวกาศที่จุดประกายให้มุ่งมั่นว่า การปกป้องมวลมนุษยชาติคือภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา น่าทึ่งไหมล่ะ เด็กอายุ 14 คิดเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้ นี่มันไอรอนแมนชัดๆ.

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์มิสแซฟไฟร์อีลอน มัสก์เมย์ มัสก์เลี้ยงลูกซิงเกิลมัมแอฟริกาใต้

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้