(Photo by Sam Yeh / AFP)
เป็นไปตามคาด น.ส.ไช่ อิงเหวิน ผู้นำพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) วัย 63 ปี ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันที่ขึ้นกุมอำนาจสมัยแรกในปี 2559 เอาชนะนายฮั่น เกาหยู ตัวแทนพรรคชาตินิยมก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) คู่แข่ง ได้เป็นผู้นำสมัยที่ 2 มีวาระอีก 4 ปี ในการเลือกตั้งเมื่อ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา
ชัยชนะของไช่ อิงเหวิน ผู้ชูนโยบายต่อต้านจีนและคิดแยกไต้หวันเป็นเอกราช นับเป็น “ฟ้าลิขิต” โดยแท้ เพราะสมัยแรกผลงานไม่โดดเด่น ถึงกับแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นย่อยยับ เพราะแม้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเล็กน้อย แต่การส่งออกลดลง ค่าจ้างแรงงานเพิ่มไม่ทันเงินเฟ้อ ส่วนแผนปฏิรูประบบบำนาญและการผ่านกฎหมายให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ถูกกฎหมายเป็นชาติแรกในเอเชียก็ถูกประชาชนส่วนใหญ่ต่อต้าน ทำให้คะแนนนิยมของเธอตกต่ำลงเหลือแค่ 15% เมื่อปลายปี 2561 จนคาดกันว่าจะแพ้เลือกตั้งสมัยที่ 2
นอกจากปัญหาภายใน ไช่ อิงเหวิน ยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากจีนซึ่งพยายามโค่นล้มเธอทุกวิถีทางเพื่อหวังให้พรรคก๊กมินตั๋งซึ่งมีนโยบายยกระดับความสัมพันธ์กับจีนขึ้นมาแทน โดยจีนทั้งส่งเรือและเครื่องบินรบไปประชิดช่องแคบไต้หวัน สั่งห้ามชาวจีนจาก 47 เมืองไปไต้หวันแบบส่วนตัว ไปจนถึงดึงพันธมิตรของไต้หวันที่แทบไม่เหลืออยู่แล้วให้ไปซบอกจีนอีกถึง 7 ประเทศในปีที่แล้ว ทำให้ไต้หวันเหลือพันธมิตรทั่วโลกแค่ 15 ประเทศ
แต่เหมือน “ฟ้ามาโปรด” หรือ “ส้มหล่น” ก็ว่าได้ ที่การประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงปะทุขึ้นเมื่อต้นเดือน มิ.ย.2562 จากนั้นลุกลามรุนแรงเป็นการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและอื่นๆ จนยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 และยังไม่ท่าทียุติ เรื่องนี้เองที่ทำให้ไช่ อิงเหวิน ฟื้นคืนชีพ!
...
ไช่ อิงเหวิน ลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัวใหญ่ที่มีลูกถึง 11 คน และมารดาของเธอเป็นภรรยาคนสุดท้ายของบิดาที่มีเมียถึง 4 คน ฉวยโอกาสจากการประท้วงรุนแรงในฮ่องกง รณรงค์หาเสียงโจมตีว่าหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีนที่ใช้กับฮ่องกง และอาจใช้กับไต้หวันด้วยเพื่อรวมชาติจีนในอนาคตนั้น “ล้มเหลว” และยืนยันว่าชาวไต้หวัน 23 ล้านคนต้องมีสิทธิตัดสินใจอนาคตของประเทศเอง...ไม่ใช่ให้จีนบงการ!
ไช่ อิงเหวิน ยังหยิบยกกรณีที่จีนถูกกล่าวหาตั้งค่ายกักกันชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียงมาหาเสียง ซึ่งก็ได้ผลชะงัด ทำให้ชาวไต้หวันที่กลัวถูกจีนกลืนชาติเหมือนฮ่องกงและซินเจียงหันมาเทคะแนนเสียงให้เธอจนชนะ
ถ้าไม่ปรับท่าทีเข้าหากันมากขึ้น ชัยชนะของไช่ อิงเหวิน จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์จีน-ไต้หวันเลวร้ายลง และไต้หวันอาจกลายเป็นศูนย์กลางการแย่งชิงอิทธิพลระหว่างจีนกับ “สหรัฐอเมริกา” รุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯผ่านกฎหมายสนับสนุนอธิปไตยและขายอาวุธมูลค่ามหาศาลให้ไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว!
บวร โทศรีแก้ว