ข่าว
100 year

แล..อนาคต โลกปีชวด 2020

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ม.ค. 2563 05:05 น.
SHARE

โดนัลด์ ทรัมป์

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่มาถึง ทุกคนต่างมุ่งหวังกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ท่ามกลางสถานการณ์โลกอันแสนจะปั่นป่วน จากการที่ประเทศมหาอำนาจดำเนินนโยบายทางการเมืองแบบไร้ความเกรงใจ เพื่อหวังผลประโยชน์สูงสุด

ในปีนักษัตรชวดรอบนี้ ประเทศ สหรัฐอเมริกา จะเกิดการแข่งขันทางการเมืองอย่างเข้มข้น เพราะถึงเวลาต้องเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ในเดือน พ.ย. ชิงชัยกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวแทนพรรครัฐบาลรีพับลิกัน กับตัวเต็งจากพรรคฝ่ายค้านเดโมแครต ซึ่ง ยังไม่ชัดว่าหวยจะออกที่ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดียุคโอบามา หรือม้ามืดอย่าง ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีและเจ้าพ่อธุรกิจสื่อมวลชน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทรัมป์จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะ ครองอำนาจสมัยที่ 2 ต่อไปอีก 4 ปี รวมทั้งใช้นโยบายต่างประเทศต่างๆในการดึงคะแนนเสียง และแม้ทรัมป์จะมีคดีถอดถอน หรืออิมพีชเมนต์ ฐานใช้อำนาจมิชอบ แต่สุดท้ายคงรอดพ้นการลงดาบ เนื่องจากต้องใช้เสียงลงมติวุฒิสภาถึง 2 ใน 3

จึงหลีกหนีไม่พ้นที่การเมืองโลกในปีนี้ จะต้องรับมือกับนโยบายเอาใจฐานเสียงชาวอเมริกันของทรัมป์ (เหมือนที่ผ่านมา) และเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากับขั้วมหาอำนาจรายอื่นๆ ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ สงครามการค้าสหรัฐฯ–จีน ก็เกิดจากนโยบายสร้างความได้เปรียบแก่ธุรกิจในประเทศ และลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากต่างชาติ ตามที่ทรัมป์กล่าวไว้เสมอว่า อเมริกามาก่อน

คิม จอง อึน

แต่สิ่งที่ทรัมป์จะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก คือการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับผู้นำสูงสุด คิม จอง อึน ของประเทศ เกาหลีเหนือ หลังพยายามสร้างภาพความเป็นมิตรกอดคอเคียงไหล่ เพื่อบอกอเมริกันชนว่า เอาอยู่ ไม่เหมือนกับประธานาธิบดีสหรัฐฯยุคก่อนๆ เพราะผลปรากฏว่าถูกโสมแดงชิงจังหวะกดดันให้เจรจาเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตร เท่ากับว่าหากสหรัฐฯไม่ยอม เกาหลีเหนือก็พร้อมที่จะเพิ่มการยั่วยุได้ทุกเมื่อ

มองมายังฟากจงกั๋ว ประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ปีนี้ จะเร่งเครื่องอย่างหนักเพื่อตักตวงเก็บแต้มต่อทางด้านเศรษฐกิจ หลังถูกแดนพญาอินทรีพยายามกดดันและเตะตัดขาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา โดยใช้จังหวะที่รัฐบาลสหรัฐฯทอดทิ้งความร่วมมือแบบพหุภาคี เป็นโอกาสในการแพ็กกลุ่มนานาชาติ ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ ความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเบลต์ แอนด์ โรด เชื่อมเอเชีย-ยุโรป และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป ผูกอาเซียน-เอเชียตะวันออก-แปซิฟิก

แองเกลา แมร์เคิล - เอ็มมานูเอล - วลาดิเมียร์ ปูติน

แม้ปลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯกับจีนสามารถบรรลุข้อตกลงเลี่ยงสงครามการค้าเฟส 1 ได้ แต่งานนี้จีนไม่มีทางชะล่าใจ เพราะทรัมป์มีจุดประสงค์ชัดเจนว่าต้องการบีบให้จีนยอมมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องนโยบายการค้าของจีนและข้อกล่าวหาเรื่องขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

ขณะที่เรื่องความมั่นคง จีนจะกลายเป็นมังกรทะยานอย่างเต็มตัว จากการอัดงบประมาณกลาโหม ขยายกองเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน ชิงอิทธิพลในภาคพื้นมหาสมุทร ไม่รวมถึงการเข้าครองหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ จนสามารถปรับปรุงให้เป็นฐานทัพอากาศ หรือท่าเรือน้ำลึก ซึ่งสะดวกต่อการที่ฝูงเรือดำน้ำจีน จะใช้เป็นฐานพักก่อนออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกอย่างไร้การตรวจจับ

คร์รี แลม - สี จิ้นผิง

แต่แน่นอนว่าในยุคที่ยากต่อการเกิดสงครามใหญ่ มหาอำนาจโลกสหรัฐฯ รัสเซีย จีน จะไม่สู้กันแบบเดิมด้วยอาวุธแม้ยังขายอาวุธให้ชาติอื่นๆ แต่หันมาทำ สงครามในโลกไซเบอร์ โซเชียลมีเดีย กันอย่างหนักหน่วง เช่น กรณีรัสเซียถูกกล่าวหาว่าใช้โซเชียลมีเดียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ หรือสหรัฐฯที่ถูกมองว่าใช้โซเชียลมีเดียปลุกระดมประชาชนในประเทศต่างๆ หวัง ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ภาพรวมค่อนข้างชัดเจนว่า รัสเซีย-จีน จะผนึกความร่วมมือกันมากขึ้น พร้อมดำเนินนโยบายด้านไซเบอร์ไปในทางเดียวกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ชาติตะวันตกเป็นผู้ครอบครอง ข้อมูลข่าวสารของคนทั่วโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยในช่วงก่อนสิ้นปี รัฐบาลรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทำการทดสอบปิดกั้นอินเตอร์เน็ตทั้งหมด เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการสร้างระบบ อินทราเน็ต หรืออินเตอร์เน็ตที่ใช้กันแค่ในประเทศ

เหมือนกับระบบอินเตอร์เน็ตของจีน ที่ถูกขนานนามว่ากำแพงไฟเมืองจีน ซึ่งสามารถสอดส่องหรือควบคุมข้อมูลข่าวสารเข้า-ออกได้อย่างสะดวกโยธิน รูปแบบดังกล่าวนี้จะปรากฏภาพชัดมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากหน่วยงานรัฐในหลายประเทศอยู่ระหว่างศึกษากันทั้งสิ้นว่าจะคุมข้อมูลข่าวสารเช่นไร เพื่อไม่ให้กระทบหรือกระทบน้อยที่สุดต่อเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แต่บางประเทศคงไม่จำเป็นต้องสนใจเสียเท่าไร

มองได้ไปถึงสถานการณ์ใน ฮ่องกง ภายใต้การบริหารของ แคร์รี แลม จะเผชิญการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ชุมนุมยื่นโจทย์ยากทวงถามเสรีภาพและประชาธิปไตย ซึ่งยากจะเกิดขึ้นตราบที่ยัง เป็น เขตบริหารพิเศษของจีน และจีนที่ถูกโจมตีอยู่เป็นระยะในประเด็นไต้หวัน และชาติพันธุ์อุยกูร์ ย่อมสวมบทบาทแข็งกร้าว เพราะเอกภาพความมั่นคงอยู่เหนืออื่นใด จะผ่อนให้ก็เพียงแต่ปรับคณะรัฐมนตรีหรือเปลี่ยนตัวผู้นำฮ่องกง

ปัญหาที่เกิดขึ้นในฮ่องกงส่วนหนึ่ง เกิดจากประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนเพิ่มมากขึ้น และก็เป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นไปทั่วโลกจนเกิดการประท้วงผุดเป็นดอกเห็ด จุดที่น่าจับตาคือสถานการณ์ ใน อิหร่าน ที่เริ่มเข้าขั้นอันตราย แถมมีปัจจัยหนุนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เพื่อเร่งให้เศรษฐกิจล้มละลายเร็วยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับโลกเก่า สหภาพยุโรป ที่จะต้องพยายามรักษาความเป็นเอกภาพ หลังถูกสหรัฐฯหมางเมินตีจาก นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่ง แองเกลา แมร์เคิล ของประเทศ เยอรมนี จะยังเป็นเกมเมกเกอร์ประสานงานใกล้ชิดกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีประเทศ ฝรั่งเศส ที่กำลังเกิดปัญหาภายในเรื่องค่าครองชีพ เพื่อทำหน้าที่พี่ใหญ่ของยุโรป ประคับประคองสถานการณ์ และเตรียมรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมือง จากกรณีสหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป หรือ เบร็กซิต ตามกำหนดการ 31 ม.ค.

แต่ปีนี้วิกฤติโลกร้อนยิ่งน่าเป็นห่วง จากการที่ชาติมหาอำนาจไม่จริงจังจริงใจเพิ่มความพยายามต่อสู้ภาวะโลกร้อน การประชุมสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงของสหประชาชาติที่สเปนล้มเหลว ต้องตกลงแบบประนีประนอมเพื่อให้เจรจากันต่อไปที่สกอตแลนด์ช่วงปลายปี เป็นเดือดเป็นร้อนแก่คนรุ่นใหม่อย่างหนูเกรียตา ธุนแบร์ก ต้องออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์ว่ามวลมนุษยชาติจะอยู่กันอย่างไรหากเป็นเช่นนี้ต่อไป

เกรียตา ธุนแบร์ก

ทั้งหมดทั้งปวงเป็นสิ่งที่ ประเทศไทย และ อาเซียน ต้องแบ่งรับแบ่งสู้กันตลอดปีชวด เพราะในเชิงการเมืองโลกการยื่นไมตรีจิตย่อมแฝงด้วยผลประโยชน์ที่คาดหวังไว้อยู่เสมอ เป็นการสมควรนักที่จะเดินความสัมพันธ์แบบคู่ขนาน อย่านำความขัดแย้งระหว่างชาตินั้นกับชาติที่สามมาเชื่อมโยงถึงกัน ตามยุทธศาสตร์การทูตแบบเฉพาะตัว ที่เรียกว่า อาเซียน เวย์ คือมุ่งเน้นเจรจาสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างไม่เป็นทางการหรือภาษาชาวบ้านคงเรียกว่าเปิดใจคุยกันแบบภาษานักเลงนั่นเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลเสมอมาสำหรับภูมิภาคนี้ และเป็นที่มาว่าทำไมอาเซียนถึงไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน

สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อความปรารถนาดี จงตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่อาจผันแปรได้ทุกเมื่อ และขอกราบสวัสดีปีใหม่ 2020 อย่างเป็นทางการครับผม.

ทีมข่าวต่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปต่างประเทศทีมข่าวต่างประเทศการเมืองเลือกตั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โจ ไบเดนไมเคิล บลูมเบิร์ก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้