ทุกเช้าของวันอาทิตย์ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ในเม็กซิโก เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายต้องหันมาออกกำลังกายรีดเหงื่อกลางแดด บนลานหน้าสถานีตำรวจ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ตำรวจสุขภาพดี” ในขณะที่เม็กซิโกติดอันดับประเทศที่มีประชากรอ้วนมากที่สุดในโลก

ตำรวจทุกนายจะได้รับเงินโบนัส 1,000 เปโซ หรือราว 1,500 บาทต่อเนื่องกับการเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งหากคนใดที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามโปรแกรมที่เร่ิมมาแล้ว 3 เดือน สามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตได้ เช่นนายเมาริซิโอ บาร์เรรา ตำรวจอายุ 26 ปี เผยว่า ตนกลายเป็นคนใหม่อย่างส้ินเชิง เดือนแรกถือว่ายากลำบากมาก ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่โครงการนี้ช่วยให้ตัวเองเข้าใจว่า ภาวะน้ำหนักเกินคือการเป็นโรค และปัจจุบัน บาร์เรรามีร่างกายแข็งแรงและผอมเพรียว เพราะลดน้ำหนักไปได้ 16 กก.

จากข้อมูลทางสถิติแห่งชาติของเม็กซิโก พบว่า 3 ใน 4 ของประชากรที่เป็นผู้ใหญ่ในประเทศ มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งสัดส่วนคนอ้วนในประเทศ เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ ประเทศที่อยู่ในกลุ่ม ‘องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ’ (OECD) ซึ่งมีสมาชิกจากประเทศที่พัฒนาแล้ว 36 ประเทศ ทำให้รัฐบาลเม็กซิโกเร่ิมมองหาหนทางแก้ไข

...

โดยเมื่อปี 2557 รัฐบาลได้ขึ้นภาษีโซดาและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ซึ่งจากผลการศึกษาค้นคว้าหนึ่งประเมินว่า มาตรการนี้จะช่วยรักษาชีวิต 18,900 คน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคตลอด 10 ปีคิดเป็นมูลค่ากว่า 983 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 30,000 ล้านบาท และในปีนี้ มติส.ส.ในสภายังผ่านร่างกฎหมายเรียกร้องโรงงานอุตสาหกรรมติดฉลากเตือนเรื่องน้ำตาล โซเดียมหรือไขมันอิ่มตัวบนอาหารจานด่วน หรือฟาสต์ ฟู้ดส์ อีกด้วย