ข่าว
100 year

เปิดฟ้าส่องโลก : จับมือกันต้านสหรัฐฯ

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย4 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

วลาดิมีร์ ปูติน

พ.ศ.2563 หรือ ค.ศ. 2020 จะเป็นปีสำคัญสำหรับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ความร่วมมือใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอย่างมาก จะมีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำองค์การฯ ผู้ที่เป็นเจ้าภาพก็คือ สหพันธรัฐรัสเซีย หลังจากที่ตระเวนประชุมในอุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซหลายครั้ง

ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐฯล้มเหลวในการตั้งองค์การต่างๆ มาต่อต้านสหรัฐฯและพวกมาตลอด อย่าง 4 เมษายน 2492 สหรัฐฯตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือที่เราเรียกกันย่อๆว่านาโต จุดประสงค์ก็คือ สร้างความร่วมมือทางทหารฝ่ายโลกเสรีไว้ซัดกับสหภาพโซเวียตและประเทศซีกโลกคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น

โซเวียตก็ตั้งองค์การความร่วมมือทางทหารมาสู้เช่นกัน เรียกว่าองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอร์ ที่เราเรียกย่อๆว่า วอร์ซอร์ แพคท์ เมื่อ 14 พฤษภาคม 2498 ในขณะที่นาโตเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ วอร์ซอร์ แพคท์กลับล้มเหลวและล่มสลายหายไปในที่สุด องค์การที่เป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้ามที่จะสู้กับสหรัฐฯเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ทำให้สหรัฐฯเด่นอยู่ประเทศเดียวเป็นระยะเวลานาน

อีกองค์การหนึ่งซึ่งเคยเข้มแข็งในการต่อสู้กับโลกเสรีคือ โคมินฟอร์ม หรือสำนักข่าวสารคอมมิวนิสต์ ที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข่าวสาร ประสบการณ์ และประสานงานระหว่างประเทศ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2490 แต่โคมินฟอร์มก็ล่มสลายหายไป เมื่อ พ.ศ.2499 มีอายุเพียงแค่ 9 ปีเท่านั้น

องค์การของซีกฝ่ายต่อต้านโลกเสรีอีกองค์การหนึ่งซึ่งเคยเข้มแข็งก็คือ โคเมคอน หรือคณะมนตรีว่าด้วยความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2492 ทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกและประเทศสังคมนิยมนอกทวีปยุโรป เป็นองค์การที่เคยให้เงินกู้ เงินช่วยเหลือ การลงทุน การร่วมทุน การค้าและพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก

โคเมคอนตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโต้การประกาศใช้แผนการมาร์แชลของสหรัฐฯเมื่อ พ.ศ.2490 ตอนนั้นสหรัฐฯต้องการเป็นผู้นำในการบูรณะฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรป เมื่อกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตกก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรปหรือตลาดร่วมยุโรป เมื่อ พ.ศ.2501 โคเมคอนก็ทำหน้าที่ เพื่อแข่งขันกับอีอีซีอย่างเข้มแข็งมาก มีการตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนเงินกู้ตามโครงการต่างๆ และสนับสนุนทางด้านการค้าการลงทุนร่วม เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายหายไปโคเมคอนก็หายตามโซเวียตไปด้วยเมื่อ พ.ศ.2534

พ.ศ.2535 ด้วยความตระหนักว่าจะต้องรวมกันเพื่อต้านอิทธิพลสหรัฐฯทำให้นายอันเดรย์ โคซึยเรฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ทำจดหมายถึงนายเฉียน ฉีเฉิน รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เพื่อจะสร้างความสัมพันธ์พิเศษ เติ้ง เสี่ยวผิง กังวลเรื่องโลกกำลังตกอยู่ในขั้วอำนาจเดียว จึงส่งสัญญาณนี้ต่อไปให้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของจีนคือนายเจียง เจ๋อหมิน เรื่องจะต้องตั้งองค์การสำคัญพิเศษเพื่อจะรับมือกับโลกที่อยู่ใต้ระบบอำนาจเดียว

หลังจากนั้น การเยือนของผู้นำระหว่างจีนกับรัสเซียเกิดขึ้น ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ไปรัสเซีย พ.ศ.2537 และนายบอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีรัสเซีย ไปจีน พ.ศ.2539 แต่เดิมก็ลองใจซึ่งกันและกันด้วยการสร้างความสัมพันธ์ของสองประเทศแบบหุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์ เมื่อคบค้าสมาคมและไว้ใจกันในระดับหนึ่งแล้ว ก็พัฒนาความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

คนที่เข้มแข็งในเรื่องนี้ที่สุดก็คือ ประธานาธิบดีคนใหม่ของรัสเซียที่ชื่อวลาดิมีร์ ปูติน ที่เปิดใจจนทำให้จีนและรัสเซียสามารถพัฒนาความสัมพันธ์จนลงนามร่วมมือกันในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกัน

เมื่อจีนมีออร่าว่าจะเป็นมหาอำนาจได้ในอนาคต สหรัฐฯก็เปลี่ยนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับจีน จากยุทธศาสตร์สกัดกั้นไปเป็นยุทธศาสตร์ปิดล้อม จีนหันมาดูทรัพยากรและความพร้อมของตนเอง ก็พบว่ายังไม่พร้อมที่จะงัดกับสหรัฐฯเจ้าโลก หากอยู่ประเทศเดียวโดดๆก็คงถูกสหรัฐฯคุมกำเนิดไม่ให้เกิดมาดูโลกแน่ จึงหันไปจับมือกับรัสเซียทุกเรื่อง

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้จึงถือกำเนิดเกิดมาบนโลก และวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าองค์การนี้เดินได้ เป็นต้นกำเนิดของความร่วมมือต่างๆ ของประเทศทั้งหลายที่อยู่คนละซีกกับสหรัฐฯในขณะนี้.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยโซเวียตโคเมคอนเจียง เจ๋อหมินรัสเซียบอริส เยลต์ซิน

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้