กีฬา
100 year

เปิดฟ้าส่องโลก : จีน-สหรัฐฯ วันนี้

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย3 ธ.ค. 2562 05:13 น.
SHARE


เมื่อวานผมรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับกิจการภายในของจีน ซึ่งพระราชบัญญัติเหล่านี้ผ่านสภาคองเกรสและลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จนประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้แล้ว เช่น พระราชบัญญัตินโยบายปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ในจีน พระราชบัญญัติว่าด้วยหลักประกันไต้หวัน พระราชบัญญัติเข้าสู่ทิเบต พระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ฯลฯ

ที่จริงพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเมืองจีนและคนจีนซึ่งออกโดยสภาคองเกรสของสหรัฐฯ มีมานานแล้วครับ เช่น เมื่อ พ.ศ.2422 สภา คองเกรสผ่านพระราชบัญญัติห้ามคนจีนอพยพเข้าสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดี ในสมัยนั้นซึ่งจะต้องลงนามในฐานะฝ่ายบริหารคือ นายรัทเทอร์ฟอร์ด บี. เฮส์ ยับยั้ง

แต่พวกสมาชิกรัฐสภาของสหรัฐฯไม่ยอม ดิ้นรนจนสามารถผ่านพระราชบัญญัติกีดกันชาวจีน พ.ศ.2425 ได้สำเร็จ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกีดกันชาวจีนอยู่ตลอดเวลา เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกีดกันชาวจีนเข้มข้นขึ้น เช่น แก้ไขใน พ.ศ.2435 และ พ.ศ.2445 เพิ่งมีการประกาศยกเลิกพระราชบัญญัติกีดกันชาวจีน เมื่อ พ.ศ.2486 นี่เอง

หลายท่านทั้งเขียนทั้งพูดว่า เพราะจีนกลายเป็นประเทศพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ ตั้งแต่ พ.ศ.2540 เป็นต้นมา จึงถูกสหรัฐฯ กีดกัน ขอเรียนว่า การกีดกันนี้มีมานับเป็นร้อยปีแล้วครับ ผู้บริหารสหรัฐฯทุกยุคทุกสมัยมีวิสัยทัศน์ที่จะต้องกีดกันและทำลายประเทศที่มีศักยภาพขึ้นมาแข่งขันกับสหรัฐฯในอนาคตได้ ในสมัยแรกของการกีดกัน อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้คนจีนมาอยู่ในสหรัฐฯจำนวนมาก ต่อมาในระยะหลังก็มีการพัฒนายุทธศาสตร์การกีดกันจีนหลากหลายรูปแบบมากขึ้น

สมัยก่อน จีนมักจะเฉยๆ ทว่าตั้งแต่ยุคของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จีนเอากลับสหรัฐฯแทบทุกเม็ด อย่างเช่น พระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนก็ออกมาประณามสหรัฐฯชัดเจนว่าสหรัฐฯมีเจตนาประสงค์ร้าย (ต่อจีน) และน่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง เตือนอย่างตรงไปตรงมาว่าความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ไม่เฉพาะเรื่องที่สหรัฐฯทำกับจีนเท่านั้น จีนยังประณามสหรัฐฯ ในนโยบายและการกระทำที่สหรัฐฯ ทำกับประเทศอื่นและภูมิภาคอื่นอีกด้วย จีนด่าสหรัฐฯเรื่องใช้นโยบายตามอำเภอใจฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นนโยบายที่เห็นแก่ตัว สร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองด้วยการเข้าไปบ่อนทำลายประเทศที่อ่อนแอกว่า

ในขณะที่สหรัฐฯสร้างสงคราม เที่ยวไปยุแยงตะแคงรั่วก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มประเทศอาหรับ ทั้งเรื่องสงครามอิรัก คว่ำบาตรอิหร่าน การประกาศรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ฯลฯ โดยไม่ได้สนใจการเศรษฐกิจ ไม่ให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง จริงใจ ซึ่งผิดกับจีน เมื่อกรกฎาคม 2561 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและแบบไม่มีดอกเบี้ย 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (6 แสนล้านบาท) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของหลายประเทศในกลุ่มอาหรับ แถมยังลงทุนในประเทศมุสลิมในเอเชียใต้อย่างปากีสถาน ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การต่อสู้ของสหรัฐฯ กับจีนเป็นไปอย่างเข้มข้น ในหลายพื้นที่สหรัฐฯ เริ่มเพลี่ยงพล้ำ อิทธิพลสหรัฐฯที่เคยแข็งแรงกลับเบาบางอ่อนแอลง อย่างในปากีสถาน หรือแม้แต่ในศรีลังกาที่เพิ่งเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งฝ่ายที่สหรัฐฯสนับสนุนแพ้ราบคาบ ฝ่ายที่จีนและรัสเซียหนุนชนะอย่างท่วมท้น ในเอเชียกลางไม่ต้องพูดถึง วันนี้โปรจีนกันแทบทุกประเทศ

กรีซและอิตาลีเป็น 2 ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปที่แสดงความใกล้ชิดกับจีนอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการลงทุนและการค้าขาย ในแอฟริกา ในละตินอเมริกา เกือบทั้งหมดเป็นพวกของจีน สถานการณ์อย่างนี้ทำให้สหรัฐฯยิ่งร้อนรน บวกกับการที่มีผู้นำที่เละเทะตุ้มเป๊ะ ทำอะไรเอาแต่ใจ ไม่มีความคิดที่เป็นสากล ไม่นึกถึงประเทศอื่นและโลกโดยส่วนรวมอย่างทรัมป์ ก็ยิ่งทำให้หลายประเทศตีตัวออกห่างสหรัฐฯไกลขึ้นเรื่อยๆ

เทคโนโลยีล้ำสมัยของจีนถูกแพร่ขยายกระจายไปในโซเชียลมีเดีย คนอเมริกันบางกลุ่มก็ยิ่งไม่สบายใจ ทางออกหนทางเดียวก็คือ ต้องหนุนทรัมป์ให้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ให้ได้ อย่างน้อยๆก็มีเวลาอีก 4 ปีที่ยังมั่นใจได้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนามในกฎหมายต่างๆ ที่กีดกันจีน ซึ่งถ้าเลือกคนอื่นขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ก็ไม่แน่ว่าจะใจถึงพึ่งได้และกล้าเล่นงานจีนแรงๆอย่างทรัมป์หรือไม่.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยจีน-สหรัฐจีนสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์อุยกูร์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้